คริส สมอลลิ่ง (Chris Smalling) กองหลัง 4G ของทัพปีศาจแดง

เส้นทางลูกหนังของ สมอลลิ่ง กองหลัง4G

คริสโตเฟอร์ ลอยด์ สมอลลิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1989 เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ ที่เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คให้กับแมนยู และทีมชาติอังกฤษในเวลานี้

ระหว่างในวัยเยาวชน สมอลลิ่ง ลงเล่นให้ทีมอคาเดมี่ของ มิลล์วอลล์ ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมนอกลีก เมดสโตน ยูไนเต็ด หลังจากนั้นเขาก็ได้ประเดิมให้ เมดสโตน ยูไนเต็ด ในทีมชุดใหญ่ เขาเซ็นสัญญาต่อเนื่องกับ มิดเดิ้ลสโบรห์ ในเดือนพฤษภาคม 2008 อย่างไรก็ตามช่วงที่อยู่ มิดเดิ้ลสโบรห์ เขาได้ยกเลิกสัญญากับทีมเพราะว่าคิดถึงบ้าน หลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายน 2008 เขาเซ็นสัญญาย้ายมาเล่นในลีกพรีเมียร์ลีก ก็คือ ฟูแล่ม เขาได้ลงประเดิมสนามเดือนพฤษภาคม 2009 และช่วงให้ทีมเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีก ปี 2010 เพียงฤดูกาลเดียว

เดือนมกราคม 2010 สมอลลิ่ง เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ แมนยู และเข้าร่วมทีมอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายน 2010 เขาได้ลงสนามเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ และเป็นเกมที่ชนะ เชลซี โดยเขาได้รับเหรียญทองเหรียญแรกตั้งแต่ลงสนามเกมแรกเลย เขาลงสนามกว่า 200 นัดให้ แมนยู และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สองสมัย เอฟเอคัพ ลีกคัพ และ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก นอกกจากนี้ยังคว้าแชมป์แชริตี้ชิลด์สองครั้งด้วย

สมอลลิ่ง เคยเป็นตัวแทนนักเรียนอังกฤษ ชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี เมื่อต้นปี 2008 ก่อนที่จะลงสนามเกมแรก กับทีมชาติยู 20 และยู 21 เมื่อปี 2009 เขาได้ลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่เมื่อเดือนกันยายน 2011 และไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 และฟุตบอลยูโร 2016 ด้วย

เส้นทางลูกหนังของ สมอลลิ่ง

เมดสโตน ยูไนเต็ด สมอลลิ่ง

เมดสโตน ยูไนเต็ด

สมอลลิ่ง เกิดที่เมืองกรีนวิช ลอนดอน เขามีบรรพบุรษเป็นชาวจาไมก้า ในวัยรุ่นเขาเป็นเด็กจาก วัลเดอร์สเลด และ ลอดสวู้ดด์ หลังจากนั้นในวัย 16 ปีเขาเข้าเป็นนักเตะอคาเดมี่ของ มิลล์วอลล์ และ เมดสโตน ยูไนเต็ด ในชุดเยาวชน และยังได้ศึกษาต่อที่ โรงเรียน แชทแฮ่ม แกรมม่าร์ สคูล (โรงเรียนสำหรับเด็กชาย)

หลังจากที่ได้ลงสนามให้ เมดสโตน ชุดเยาวชนและทีมสำรอง ภายใต้โค้ช ปีตเอร์ น็อตต์ และ โทนี่ คอร์นเวลล์, สมอลลิ่ง ได้ลงสนามเกมทีมชุดใหญ่ ให้ทีมเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2007 เป็นเกมแพ้ ทอนบริดจ์ 4-1 ลงสนามรายการเคนตท์ ซีเนียร์ คัพ, หลังจากนั้นเขายังได้เล่นฟุตบอล เอฟเอ โทรฟี่ และ อิสเมี่ยน ลีก คัพ, สมอลลิ่ง ได้ลงสนามเกมลีกเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2007, และลงสนามเต็มเกม 90 นาที เกมที่เสมอ ฮาร์โลว์ ทาวน์ 1-1 , สมอลลิ่ง เล่นได้อย่างน่าประทับใจและวิ่งได้เร็วมาก เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมในแผงหลังของ เมดสโตน ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตามด้วยอาการบาดเจ็บทำให้เขาได้ลงสนามเพียง 11 เกมเท่านั้น สมอลลิ่ง ยิงประตูแรกให้ เมดสโตน ยูไนเต็ด เกมที่ชนะ 4-2 เดือน อิสต์ ทูรร็อค ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2008 ซึ่งนั้นก็เป็นเกมสุดท้ายของเขากับทีมด้วย

สมอลลิ่งตอนอยู่ ฟูแล่ม

ฟูแล่ม

หลังจากที่เล่นได้ดี ทำให้เขาเป็นที่สนใจของ ฟูแล่ม , จิลลิ่งแฮม , ชาร์ลตัน และ เร้ดดิ้ง สมอลลิ่ง ได้เซ็นสัญญากับ มิดเดิ้ลสโบรห์ โดยเซ็นสัญญาสองปี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2008 อย่างไรก็ตามหลังจากที่เซ็นสัญญา เขาก็ยกเลิกสัญญากับทีมจากตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะว่าคิดถึงบ้านมาก เมื่อเดือนมิถุนายน 2008 เขาก็มาเซ็นสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก กับ ฟูแล่ม สมอลลิ่ง เคยลงสนามให้ เมดสโตน ยูไนเต็ด มาแล้ว ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามในรายการของทีมเยาวชนของอังกฤษทุกรายการเช่น รายการอิสต์เมี่ยน คัพ ที่เขาไม่มีสิทธิ์ลงเล่น อย่างไรก็ตาม ฟูแล่ม ได้จ่ายเงินให้ เมดสโตน ยูไนเต็ด 10000 ปอนด์ เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเซ็นสัญญา และอีก 10000 ปอนด์ หากว่าได้ลงสนามครบทุก 10 นัด เขาเป็นกัปตันทีมภายใต้ผู้จัดการทีม บิลลี่ แม็คกินเล่ย์

วันที่ 24 พฤษภาคม 2009 สมอลลิ่ง ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกกับ ฟูแล่ม เป็นครั้งแรก โดยเขาลงมาแทนที่อารอน ฮิวจส์ นาทีที่ 77 เป็นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2008/09 เกมนั้น ฟูแล่ม เปิดบ้านแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ฤดูกาลถัดมา สมอลลิ่ง ได้ลงสนามกับทีมวันที่ 17 กันยายน 2009 เป็นเกมที่ไปเยือน ซีเอสเคเอ โซเฟีย ในรายการยูฟ่า ยูโรป้าลีก เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1, วันที่ 28 ธันวาคม 2009 สมอลลิ่ง ลงสนามฟุตบอลลีก โดยเป็นสิบเอ็ดตัวจริงเกมที่เปิดบ้านแพ้ เชลซี 1-2 และเกมนั้นเขาทำเข้าประตูตัวเอง นาที 75 ด้วย จากนั้นเขาก็ไม่ได้ลงสนามอีกเลยจนกระทั้งฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบชิงชนะเลิศซึ่งเกมนั้น ฟูแล่ม ชนะช่วงต่อเวลาเหนือ แอตเลติโก้ มาดริด ที่สนามโฟล์คสวาเก้น สเตเดี้ยม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กองหลังสมอลลิ่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันที่ 27 มกราคม 2010 แมนยู ประกาศว่าทีมได้เซ็นสัญญาคว้าตัว คริส สมอลลิ่ง โดยค่าตัวไม่เป็นที่เปิดเผย โดยเขายังจะเล่นที่ ฟูแล่ม จนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2009/10 ก่อนที่จะเซ็นสัญญามาร่วมทีม ยูไนเต็ด เมื่อเริ่มต้นฤดูกาล 2010/11 โดยการย้ายทีมมีผลอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2010

ฤดูกาล 2010 – 14

สมอลลิ่ง ได้ลงสนามให้ แมนยู เป็นนัดแรก วันที่ 8 สิงหาคม 2010 เป็นรายการคอมมูนิตี้ ชิลด์ โดยลงสนามมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง เกมที่ชนะ เชลซี 3-1 เขาลงสนามพรีเมียร์ลีกเกมแรกที่เปิดบ้านชนะเวสต์แฮม 3-0 วันที่ 28 สิงหาคม 2010 โดยลงมาในนาที 74 เป็นตัวสำรองของ จอนนี่ อีแวนส์ วันที่ 15 กันยายน 2010 เขาลงสนามเกมแรกในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยลงสนามเต็มเกม 90 นาทีเสมอ 0-0 ต่อ เรนเจอร์ส แปดวันต่อมา สมอลลิ่ง ยิงประตูแรกให้ แมนยู ในฟุตบอลชุดใหญ่เป็นเกมที่ชนะ สคันธอร์ป ยูไนเต็ด ในเกมเยือน 2-5 ฟุตบอลลีกคัพ เขาลงสนามเต็มเกม 90 นาที ให้ แมนยู วันที่ 4 มกราคม 2011 โดยจับคู่กับ เนมาย่า มาติช ในตำแหน่งเซนเตอร์ ฮาลฟ์ซึ่งเกมนั้นชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-1 ใน โอลด์แทรฟฟอร์ด

วันที่ 8 กรกฏาคม 2011 สมอลลิ่ง เซ็นสัญญากับ แมนยู ยาวไปอีก 5 ปี สมอลลิ่ง ทำประตูแรกในฤดูกาล 2011/12 เป็นฟุตบอลคอมมูนิตี้ ชิลด์ปี 2011 ที่ ยูไนเต็ด พบ แมนซิตี้ จังหวะนั้นเขาวอลเลย์บอลจากการเปิดฟรีคิกของ แอชลี่ย์ ยัง ในระยะจ่อๆ เป็นประตูที่ ยูไนเต็ด ไล่มาเป็น 1-2 ก่อนที่สุดท้าย แมนยู ชนะ 3-2 คว้าโล่การกุศลได้ ฤดูกาลใหม่ดูเหมือนว่า สมอลลิ่ง จะปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้วในตำแหน่งใหม่ของเขา

ต่อมาการบาดเจ็บของ เนมานย่า มาติช, ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทำให้เขาต้องจับคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ และ ฟิล โจนส์ บ้างในบางครั้ง บางครั้ง อีแวนส์ และ โจนส์ ก็จับคู่กันในตำแหน่งเซนเตอร์ ฮาล์ฟ และเขาต้องมารับบทแบ็กขวาจำเป็น เขายิงประตูในพรีเมียร์ลีก เกมที่พบ เชลซี ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด วันที่ 18 กันยายน 2011 โดนเป็นการโหม่งบอลจากลูกเตะมุม จบเกมนั้น ยูไนเต็ด ชนะ 3-1 สมอลลิ่ง เจ็บในเกมนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก และต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษในการเล่นฟุตบอล ยูโร 2012 ซึ่งเกมนั้นสุดท้ายของฤดูกาลเขายังลงสนามให้ทีมชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-0 อยู่เลย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2012 สโมสร แมนยู ประกาศว่า คริส สมอลลิ่ง จะพลาดการลงสนามกว่า 10 สัปดาห์เพราะว่าต้องผ่าตัดฝ่าเท้าที่แตกหัก และเขายังไม่ได้เดินทางไปแข่งปรีซีซั่นกับทีมด้วย เขาลงสนามให้ แมนยู อีกครั้งวันที่ 7 พฤศจิกายน 2012 ลงสนามเต็มเกม 90 นาที เป็นเกมเยือนชนะ ทีมจากโปรตุเกส บราก้า 1-3 ในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก เขาได้กลับมาลงสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในอีกสามวันถัดมา ลงสนามให้ทีมเกมชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2013 สมอลลิ่ง ยิงประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ลีก เกมเยือนชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 5-0 ,วันที่ 26 ธันวาคม 2013 เขายิงประตูเกมชนะ ฮัลล์ ซิตี้

คริส ถูกใบแดงไล่ออกในครึ่งแรกเกมที่ ยูไนเต็ด แพ้ต่อ แมนฯซิตี้ ในฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์วันที่ 2 พฤศจิกายน 2012 โดยผู้จัดการทีม หลุยส์ ฟาน กัลป์ ตำหนิ สมอลลิ่ง ว่าโง่ ที่ได้รับใบเหลืองที่สองในเกมนั้น จากจังหวะที่ไปทำฟาวล์ เจมส์ มิลเนอร์ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2014 เขายิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2014/15 เป็นเกมที่ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 3-0 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด และเป็นประตูแรกในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในรอบสามปีของเขาด้วย

2015 ถึง ปัจจุบัน

2015-ปัจจุบัน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2015 สมอลลิ่ง เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงประตู สองประตูในครึ่งแรกในฐานะนักเตะสำรอง เขาลงสนามมาในนาทีที่ 5 เกมนั้น แมนยู ชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-1 วันที่12 เมษายน 2015 เขายิงประตูที่สี่ในฟุตบอลลีก เป็นเกมที่ชนะ แมนซิตี้ 4-2 เก้าวันหลังจากนั้น สมอลลิ่ง ก็ได้เซ็นสัญญากับ แมนยู ต่อ ทำให้เขาจะอยู่กับทีมจนถึงมิถุนายน 2019 เขาได้รับการยกย่องจากกุนซือชาวฮอลแลนด์ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ว่าเป็นเหมือนผู้นำในแดนหลังของทีม สมอลลิ่ง เป็นกัปตันทีมนัดแรกในวันที่ 17 พฤษภาคม 2015 ระหว่างเกมที่เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

วันที่ 2 พฤษภาคม 2016 สมอลลิ่ง ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสร แมนยู ปี เดือนต่อมา วันที่ 21 พฤษภาคม เขาถูกใบแดงไล่ออกเกมพบ คริสตัล พาเลซ ในฟุตบอล เอฟเอคัพ ปี 2016 เกมนั้น แมนยู ชนะในช่วงต่อเวลา 120 นาที 2-1

เขายิงประตูแรกของฤดูกาล 2016/17 วันที่ 24 กันยายน เป็นลูกโหม่งนาที 22 ทำให้พวกเขาชนะ เลสเตอร์ แชมป์พรีเมียร์ลีก 4-1

สมอลลิ่งกับเกมระดับชาติ

เกมระดับชาติ

ชุดเยาวชน

วัย 17 ปีเขาได้ลงสนามในเกมชุด A สมอลลิ่ง ได้เป็นตัวแทนของประเทศ และเป็นตัวแทนของโรงเรียน เคนท์ ก่อนที่ต่อมาเขาได้กลายเป็นตัวแทนของทีมชาติไปแข่งขันฟุตบอลระดับนักเรียนด้วย และ สมอลลิ่ง เป็นตัวแทนนักเรียนอังกฤษเกมที่แข่งพบออสเตรเลียเมื่อเดือน มกราคม 2008 เกมนั้นอังกฤษชนะ 2-0 ต่อมาเขาได้ลงสนามกับทีมชาติรายการ เซนเตนาริโอ ชิลด์ ลงสนามไปสี่นัดรวมถึงเกมที่ชนะทีมโรงเรียน เวลส์ 1-0 เขายิงประตูโทนให้ทีม

สมอลลิ่ง ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษ ชุดยู20 ในวันที่ 31 มีนาคม 2009 ลงสนาม 45 นาที เกมที่ชนะอิตาลี 2-0 ที่สนามลอฟตัส โร้ด วันที่ 11 สิงหาคม (สี่เดือนต่อมา) เขาได้ลงสนามเกมฟุตบอลยู 21 เป็นเกมกระชับมิตรที่พบเนเธอร์แลนด์ โดยลงมาเป็นตัวสำรองนาที 58 เป็นเกมเยือน วันที่ 14 พฤศจิกายน สมอลลิ่ง ได้ลงสนามเกมทีมชาติชุดยู 21 ในฟุตบอลยูโร ยู-21 ปี 2011 (เกมรอบคัดเลือก) ที่พบโปรตุเกสที่สนามเวมบลีย์ เกมนั้นอังกฤษชนะ 1-0 วันที่ 8 ตุลาคม 2010 เขายิงประตูแรกในนามทีมชาติเกมพบโรมาเนีย ในฟุตบอลยูโร ยู21 ปี 2011 รอบเพลย์ออฟ นัดแรก โดยเป็นจังหวะที่ได้รับบอลจาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ในนาทีที่ 83 และเป็นประตูที่อังกฤษชนะโรมาเนีย 2-1

ระดับชุดใหญ่

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2010 สมอลลิ่ง ได้รับเลือกให้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ เป็นครั้งแรกเกมกระชับมิตรนับพบฝรั่งเศส วันที่ 17 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตามเขาเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม เกมนั้นอังกฤษแพ้ 2-1 เขาได้ลงสนามทีมชุดใหญ่ในฟุตบอลยูโร 2012 เกมที่พบบัลแกเรีย วันที่ 2 กันยายน 2011 เกมนั้นอังกฤษชนะ 3-0 เขาลงสนามในตำแหน่งแบ็กขวา

วันที่ 12 พฤษภาคม 2014 สมอลลิ่ง มีชื่อติด 23 คน ไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ทีมสิงโตคำรามตกเพียงรอบแรกเท่านั้น สมอลลิ่ง ได้ลงสนามเกมสุดท้ายของรอบแรกเป็นเกมที่เสมอคอสตาริกา 0-0 ที่เบโล ฮอริซอนเต้

วันที่ 31 พฤษภาคม 2016 สมอลลิ่ง มีชื่อติด 23 คนไปแข่งฟุตบอลยูโร 2016 วันที่ 2 มิถุนายน 2016 อังกฤษลงนามอุ่นเครื่องเกมสุดท้ายก่อนเล่นฟุตบอลยูโร 2016 เป็นเกมที่พวกเขาชนะโปรตุเกส 1-0

สมอลลิ่ง ไม่มีชื่อติดทีมชาติในยุคของ กุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ในเดือนพฤศจิกายน 2017 เซาธ์เกต เรียกตัว จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ เอริค ดายเออร์ ลงสนามแทน สมอลลิ่ง ไม่มีชื่อไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 อย่างเซอร์ไพรส์

ติดระดับชุดใหญ่