คิเอโว่ (Chievo Verona)

คิเอโว่ เวโรน่า

“ลาบินได้” หรือ “ลามีปีก” ถ้าคุณได้ยินชื่อฉายาของสิ่งของบางอย่าง คนบางคน สัตว์บางชนิด คุณจะคิดยังไง ? ไอฉายาแปลกๆที่เอาสัตว์ที่น่ารักแต่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่มาตั้งเป็นชื่อเล่นแบบนี้ มันจะมีอะไรดี… คาดว่าหลายคนคงจะคิดแบบนี้แน่นอน แต่เราก็มักเห็นชื่อแปลกเหล่านี้ถูกเรียกเป็นฉายาแต่ละสโมสรฟุตบอลประจำ ลาบินได้ที่ว่านี้ เป็นฉายาของสโมสร คิเอโว่ เวโรน่า จากเมืองคิเอโว่ ลีกดังกัลโช่ประเทศอิตาลี มาทราบประวัติที่มาและเกร็ดต่างๆของสโมสรลาบินแห่งนี้กันเถอะ ให้มั่นใจว่า Chievo Verona ไม่ใช่สโมสรแบบที่มีชื่อเท่แปลกๆ เรียกร้องความสนใจไปวันๆ สโมสรแห่งนี้มีการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม และผลการแข่งขันที่ดี สามารถเอาตัวรอดพร้อมสร้างความประหลาดใจในเกมต่างๆกับทีมยักษ์ใหญ่ในลีก เซเรียอาได้บ่อย นับตั้งแต่ที่ผู้คนเริ่มรู้จักทีมนี้มากขึ้นตอนเลื่อนชั้นขึ้นมาท้าชนทีมอื่นในลีกสูงสุด

สิ่งแรกที่จะต้องรับรู้เกี่ยวกับ คิเอโว่ ก็คือ มี 2 ทีมในเมืองเวโรน่า และทั้งคู่เป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งของการร่วมเมือง หนึ่งในนั้นคือ คิเอโว่ เวโรน่า ที่เรากำลังจะรู้จัก ส่วนอีกหนึ่ง ก็คือ เฮลลาส เวโรน่า (บ้านเราจะนิยมเรียกสั้นๆว่า เวโรน่า) ที่เป็นทีมร่วมเมือง แต่ชะตาชีวิตกับไม่ได้ไปในทางเดียวกัน ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย เพราะว่าเฮลลาส มักจะใช้วีวิตวนเวียนๆขึ้นๆลงจมอยู่กับลีกชั้นล่างของอิตาลีแทบจะไม่มีใครพูดถึง หากว่าไม่นับที่บางครั้งจะถูกจับสลากมาเจอกับทีมระดับใหญ่ๆ อย่างพวก มิลาน หรือ Juventus ทำให้ได้ถ่ายทอดสดออกทีวีอยู่บ้าง ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่แฟนๆจะแยกออกระหว่างความแตกต่างของทั้งสองทีม แต่ฤดูกาล 2017-2018 เฮลลาส เวโรน่า ก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาจากเซเรียบี หลังฤดูกาล 2016-2017 สามารถจบที่รองจ่าฝูงในกลุ่มบีได้สำเร็จ

จุดเริ่มต้นจริงๆของ คิเอโว่ เริ่มจากพื้นเพของคนท้องถิ่นชาวเวโรน่าล้วนๆเลย ที่ต้องการจะเตะฟุตบอลกัน แถมตอนแรกยังไม่ทันจะได้เข้าร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ในปี 1929 แต่ทว่าหลังจากนั้น ผู้คนในสโมสรคิเอโว่ก็เล่นเกมการแข่งขันที่เป็นทางการมากขึ้น และยังมีการลงแข่งจากแข้งมีความเป็นมืออาชีพบ่อยๆด้วย แต่ก็ยังไม่ได้เลื่อนขึ้นชั้นมากมายนัก เพราะว่ายังขึ้นลงระหว่างลีกดิวิชั่น 2 ของอิตาลีตอนนั้น ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1948-1959 จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงของการจัดการบริหาร และยกเครื่องการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศอิตาลีใหม่หลายครั้งในช่วงนั้น ช่วงปีเหล่านี้เองที่ความสนุกเริ่มขึ้น ภายใต้การนำของประธานสโมสรคนใหม่ ลุยจิ แคมเปเดลลี่ สโมสรคิเอโว่ ได้เริ่มต้นไต่เต้าขึ้นมาด้านบนของลีกอย่างต่อเนื่อง ด้วยฟอร์มการเล่นที่เริ่มคงเส้นคงวาและดูดีมากตั้งแต่ปี 1964 ถึงช่วงปี 1990 ที่เริ่มจะขยับเข้าใกล้ความฝันที่กลายเป็นจริงจะได้เล่นลีกสูงสุดกับเค้ากันเสียที

เวลานั้น เปลี่ยนมาใช้ชื่อ เอซี คิเอโว่ เวโรน่าเต็มตัว (Associazione Calcio ChievoVerona) แบบเดียวกับที่เราได้ยินกันทุกวันนี้ แต่ก่อนจะมีเรื่องดีที่สุดเกิดขึ้น จริงๆก็มีเรื่องเศร้าเกิดก่อน เพราะว่าประธานที่พวกเค้ารักที่ช่วยกันฉุดและสร้างชื่อที่ยังเล็กๆอยู่ตอนนั้น ของ คิเอโว่ ให้ดังขึ้น ต้องมาจากโลกนี้ไป เพราะว่าอาการหัวใจวายตายเฉียบพลัน และนั่นทำให้ลูกชายของเค้า ที่มีชื่อว่า ลูก้า แคมเปเดลลี่ (Luca Campedelli) ที่มีอายุเพียง 23 ปี ณ ตอนนั้น ต้องมาช่วงตำแหน่งประธานต่อจากผู้เป็นพ่อ และได้สถิติเป็นประธานของสโมสรในอีตาลีที่มีอายุน้อยที่สุดของประเทศเลย ก็ไม่ต้องให้รอช้ากันเลย เมื่อ ลูก้า ฉายแววผู้มีความปราดเปรื่องทางฟุตบอลอย่างดี ได้ริเริ่มตั้งคนสำคัญให้ทำหน้าที่บุคคลที่จะสร้างความฝันให้เป็นจริงได้ นั่นคือ ตำแหน่ง ไดเรคเตอร์ ฟุตบอลของสโมสร คือ นาย จิโอวานเน่ ซาตอรี่ (Giovanni Sartori) ให้มาทำหน้าที่งานด้านการจัดการแนวคิดและวางระบบรากฐานทั้งหมดทั้งในห้องแต่งตัวและในสนามบอลของสโมสร คล้ายๆกับ พวก มาร์ค โอเวอร์มาร์ส และอดีตนักเตะดังๆของ หลายสโมสรดังในโลกตอนนี้

ซาตอรี่ทำงานได้ดีมากๆ ปรับเปลี่ยนหลายอย่างของงานด้านฟุตบอลไปพร้อมกับการร่วมงานกับอีกคนสำคัญ นั่นคือ เฮดโค้ชคนใหม่ที่ถูกต้อง ชื่อ อัลแบร์โต้ มาเลสซานี่ ที่มีมันสมองด้านการวางแผนและคุมทีมเก่งมาก โดยทั้งสองคนได้ผลักดันให้คิเอโว่ เลื่อนชั้นแบบทะลุทะลวง หลังจากได้แชมป์ลีก C1 จนได้ขยับเข้ามาอยู่บนลีก เซเรีย เบ หรือ บี ของอิตาลี เรียกได้ว่าอีกก้าวเดียวก็จะได้ขึ้นไปลีกสูงสุด คือ กัลโช่ ของอิตาลีอยู่แล้ว แต่ที่น่าตลก ปี 1992 ที่พวกเค้าเลื่อนขึ้นมาที่เซเรีย เบ กลายมาเป็นว่าได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเทียบเท่าและอยู่ในลีกเดียวกันเลยกับ สโมสร เฮลลาส คู่แข่งประจำเมืองของ คิเอโว่ ที่เล่นอยู่ก่อนแล้วเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ ผลงานของคิเอโว่ ไม่ได้มีหน้าจะไปเล่นฟุตบอลเทียบเท่ากับเฮลลาสเลย ยิ่งกว่านั้น หลังจากเข้าสู่ปี 1997 ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนโค้ชเป็น ซิลวิโอ บัลดินี มาคุมทีมแทน ก็ยังเล่นในลีกเดียวกันสูสีกันกับ เฮลลาส จุดนี้เองที่แฟนบอลของเฮลลาส ทีมคู่แข่งเริ่มล้อเลียน และแซว คิเอโว่ ว่าสโมสรอริทีมนี้คงไม่มีวันได้เลื่อนชั้นไปลีกสูงสุดแน่นอน และน้องใหม่อ่อนหัดแบบพวกเค้า คงจะต้องรออีกนาน จนเปรียบเทียบว่า ต้องให้ลาบินได้ขึ้นมาจริงก่อนความฝันถึงจะเป็นจริง เรื่องฮาตลกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยคำว่า “ลาบิน” ฉายาใหม่ที่กลายมาเป็นชื่อเล่นชวนขำไม่ออกของแฟนบอล Chievo

ความฮายังไม่จบแค่นั้น ต้องมาพีคเมื่อมาถึงการเปลี่ยนแปลงกุนซือใหม่อีกคนในปียุค 2000 ชื่อว่า ลุยจิ เดลเนรี่ ที่โด่งดัง เค้าเข้ามาคุมทีมได้อย่างน่าเซอร์ไพรซ์ แค่ปีเดียวสุดยอดอัจฉริยะก็ทำให้คิเอโว่ เลื่อนขึ้นเพราะได้แชมป์ เซเรีย เบ จนเข้าไปเล่นในลีกสูงสุด หรือ เซเรีย อา ได้อย่างน่าทึ่งในปี 2000-2001 นั่นทำให้ฉายาลาบินได้ กลายมาเป็นความจริง เพราะว่าเมื่อ คิเอโว่ ได้ก็เท่ากับ ลามีปีกบินได้ เช่นนี้ ไม่ใช่ตำนานมานาน จะหาใช่ตำนานหรือเรื่องตลกล้อเลียนต่อไปไม่ ทีมเล็กๆทีมนี้จากเมืองเวโรน่า ได้จารึกชื่อตัวเองเป็นประวัติศาสตร์ของฟุตบอล แถมชื่อที่จารึก ก็ไม่ใช่ชื่อธรรมดาอีกด้วย แต่เป็นในนาม ลาบิน นั่นเอง แต่ไม่เพียงแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นอีกหลายปี พวกเค้าก็ได้ นักวิจารณ์ที่ทำนายว่า ลาบิน ทีม คิเอโว่นี้ จะต้องตกชั้นภายในปีเดียวแน่นอน เพราะว่าแค่ปีแรกที่เลื่อนขึ้นมาเล่นลีกสูงสุด พวกเค้าทำผลงานได้ร้อนแรงเกินห้ามใน เช่นแค่ 6 สัปดาห์แรกของฤดูกาล พวกเค้ากลับชนะแล้วชนะอีกจนยึดหัวตารางไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แซงหน้าทีมลุ้นแชมป์ยักษ์ใหญ่ขาประจำไปอย่างน่าอับอาย และลงเอยฤดูกาลแรกด้วยอันดันดีคือที่ 5 จนได้เข้ารอบได้สิทธิไปเล่นในบอลยุโรปอย่าง ยูฟ่า คัพ ชนิดที่ทุกคนต้องบอกว่าน่านับถือ หลังจากปีนั้นเช่นปี 2002-2005 ก็ยังจบผลงานด้วยหัวตาราง อันดับ 7 – 9 ด้วยซ้ำ

กัปตันทีมและดาวยิงระดับตำนานของสโมสร เซอจิโอ เปลิสซิเยร์ ไม่ว่าสโมสรฟุตบอลทีมนั้น จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหน แน่นอนว่า พวกเค้าจะต้องมีดาวยิงและดาราประจำทีมไม่พ้นทุกทีม และสำหรับคิเอโว่ ก็คือ เปลิสซิเยร์ เค้าเป็น กองหน้าระดับตำนาน เพราะลีลาการเล่นที่เร้าใจ ฐานะกองหน้าที่ไม่ว่าบอลมาตกที่ไหน หรือ มาจากทางไหน เค้าจะโหม่งและวางเท้ากลับตัวหวดได้อย่างเต็มแรง เพื่อให้บอลลงไปนอนที่ก้นตาข่ายได้อย่างไม่มีปัญหา ความเร็วและการเคลื่อนที่ของเค้ามีจุดเด่นมาก มักจะทำประตูสวยๆได้อยู่ตลอดเวลา ชนิดที่ว่าถ้าไปดูคลิปของคิเอโว่ คงจะเจอแต่ลูกยิงของตำนานรายนี้แน่นอน แม้ว่าอายุจะเลย 34 ปีไปแล้วเค้าก็ยังยิงอยู่เรื่อยๆ สโมสรมีรูปภาพเป็นคนขี่ม้า ไม่ใช่ลาแบบชื่อเล่นสโมสรแต่อย่างใด และใช้สีฟ้าสลับกับเหลืองที่พื้นหลังกับตัวรูปโล่ห์เพราะว่าทั้งสองสีนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ให้กับ คิเอโว่มาเนิ่นนาน

ฉายาประจำสโมสร : ลาบิน

สนามประจำทีม : Stadio Marc’Antonio Bentegodi

กุนซือทีมคนปัจจุบัน : โรลันโด้ มาราน

Chievo Player