ซามพ์โดเรีย (U.C. Sampdoria)

U.C. Sampdoria

สโมสรฟุตบอลซามป์โดเรีย ชื่อเต็มคือ Unione Calcio Sampdoria ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 หรือ กว่า 70 ปีมาแล้วในเมือง เจนัว ประเทศอิตาลี ในตอนแรกนั้นสามารถย้อนกลับไปได้ไกลกว่านั้น ถึงปี 1890 เมื่อพวกเค้าเพิ่งจะเริ่มการควบรวมสโมสรกัน จาก 2 สโมสร ที่มีชื่อว่า ซามป์เปียดาเรเนเซ่ และ อังเดร ดอเรีย ซึ่งเป็นสโมสรกีฬาทั้งคู่ ตอนนี้เราจึงเริ่มเดาออกแล้วยังว่า ชื่อสโมสร ซามป์โดเรีย ก็เลยมาจากการเอาชื่อคำหน้าและคำหลังของสโมสรทั้งคู่มารวมกัน ไม่เพียงแค่นั้น… ตราสโมสรยังมาจากการรวมกันของทั้งสองแห่งด้วย คือ เอาสีประจำทีมมของแต่ละสโมสรมารวมในโลโก้เดียวกัน นั่นคือน้ำเงินขาวและดำแดง

U.C. Sampdoria เคยได้แชมป์สูงสุดโดยการคว้าสคูเด็ตโต้ของลีกอีตาลีได้ครั้งเดียว เป็นครั้งแรกและสุดท้ายประวัติศาสตร์ของสโมสรในปี 1991 แถมยังได้แชมป์ บอลถ้วย โคปา อิตาเลีย มากถึง 4 ครั้งด้วยกันในช่วงเวลา ตั้งแต่ปี 1985, 1988, 1989, 1994 ส่วนในบอลนอกบ้านในยุโรป พวกเค้าได้แชมป์ คัพ วินเนอร์ คัพ ในปี 1990 ถือว่าทำได้ไม่เลวทีเดียวในบอลระดับใหญ่เมื่อเกือบจะได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ซึ่งเป็นถ้วยสูงสุดในตอนนั้น ได้เข้ารอบชิงกับบาร์เซโลน่า แต่แพ้ไปอย่างน่าเสียดายในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ในชุดทีมที่ได้แชมป์ของซามป์โดเรียปีนั้น ประกอบได้วยผู้เล่นระดับตำนานของอิตาลีหลายคน ยกตัวอย่าง เช่น นายประตูทีมชาติตำนาน อย่าง จิอันลูก้า ปายูก้า และพวกตัวรุกอย่าง จิอันลูก้า วิอัลลี่ และยังมี โรแบร์โต้ มันชินี ที่ตอนนี้เป็นโค้ชคนดังของหลายๆทีม หลายๆลีกไปแล้ว

ตั้งแต่ช่วงแรกของการก่อตั้งไปจนถึงระยะเวลาปี 1993-1994 พวกเค้าก็ยังไม่ได้ทำผลงานคงเส้นคงวาเท่าไร เพราะว่าขึ้นชั้นบ้างตกชั้นบ้างสลับกันไปมาแบบนี้ จนกระทั่งช่วงหลัง ที่มีการเสริมทัพครั้งใหญ่และถือได้ว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับทีมเล็กๆทีมหนึ่งจะทำได้ในอิตาลี พวกนักเตะกลุ่มนี้ที่ถูกเสริมทัพเข้ามาได้สร้างชื่อเสียงอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ทำให้ ซามป์โดเรีย อัพเกรดตัวเองขึ้นเล่นได้แบบเหนือกว่าเดิมได้ ชื่อนักเตะเหล่านี้ แฟนบอลฟังแล้วคงจะตกใจไม่น้อย เช่น เซบาสเตียน เวรอน จอมทัพจากอาร์เจน กับเพื่อนร่วมชาติอย่าง อาเรียล ออร์เตก้า ที่เป็นตำนานไปหมดแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมี คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ จากฮอลแลนด์ และก็กองหน้าตำนานอย่าง เอนริโก เคียซ่า ด้วยกัน แค่คิดว่ามีพวกนี้อยู่ด้วยกันก็แทบจะขนลุกแล้ว นี่ยังไม่นับตัวทีมชาติอื่นๆอีกเช่น วิเซนโซ่ มอนเตลล่า และ คริสติยอง การอมบือ จากฝรั่งเศสอีกด้วย โดยเฉพาะ โรแบร์โต้ มันชินี กองหน้าระดับเทพที่ได้มาแจ้งเกิดกับสโมสรนี้ เขาเองก็ครองตำแหน่งสถิติสูงสุดของสโมสรคือลงเล่นไปมากที่สุดตลอดการค้าแข้งกับซามป์โดเรีย 454 เกม และยิงไปถึง 132 ลูก ถือได้ว่ามากที่สุดในตำนานซามป์โดเรียเลย ในที่สุด นักเตะเหล่านี้ก็รวมพลังช่วยกันให้ ซามป์โดเรีย สามารถรักษาตัวอยู่รอดในลีกเซเรียอาได้ต่อๆไป

อย่างทีทราบไปแล้วว่า ซามป์โดเรียมีพื้นฐานมาจากเมืองเจนัว ที่มีสโมสรเจนัวด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น แฟนบอลของพวกเค้าจึงมาจาก เมืองเจนัวเช่นกัน แต่ก็มีพวกแฟนบอลกลุ่มฮาร์ดคอร์ หรือที่เรียกว่าแฟนบอลอุลตร้า คือพวกที่มาจาก ปี 1969 ถือว่าเป็นกลุ่มแฟนบอลเก่าแก่ที่สุดของบอลยุโรป พวกเค้าตั้งชื่อตัวเอง ว่า ติโต้ คูเชียโรนี่ โดยเป็นการตั้งชื่อตามปีกซ้ายชื่อดังของทีมซามป์โดเรียชาวอาร์เจนติน่า ที่มีชื่อเดียวกัน และอย่างที่เดากันได้ นี่ทำให้พวกเค้ามีการแข่งขันแบบดาร์บี้กับทีมสโมสรเมืองเดียวกันคือ เจนัว เวลาเจอกันในลีก จะมีความเข้มข้นมากๆ มีการตั้งชื่อเกมนี้ว่า “ดาร์บี้ เดลล่า แลนเทอน่า” แรงขนาดไหนก็คิดภาพจินตนาการตามได้ว่า ในปี 2011 ที่ซามป์โดเรียต้องตกชั้นจากลีกสุงสุดไป พวกแฟนบอลเจนัวถึงกับรวมตัวกัน 3 หมื่นกว่าคน ไปตามถนนในเมืองแกล้งสร้างพิธีงานศพหลอกๆ และหอบโรงศพสีฟ้าที่ทำขึ้นไปทั่ว ประหนึ่งว่าเป็นการล้อเลียนใส่แฟนบอลซามป์โดเรียเลยล่ะ

ค.ศ. 1993 ก็มีเรื่องน่าช็อคเกิดขึ้น นั่นคือตอนที่ประธานสโมสรที่เป็นที่รักของทุกคน ที่มีชื่อว่า มอนโตวานี่ ต้องมาจากโลกไปอย่างกะทันหัน และส่งผลกระทบต่อทีมและผู้เล่นเป็นอย่างมาก เพราะว่าถึงแม้จะมี สเวน โกรัน อิริกสัน ตำนานคุมทีมตอนนั้น พวกเค้าก็จำใจต้องขายนักเตะดังออกไปแบบเทตลาด เพราะว่าผลกระทบส่งผลตรงด้านการเงิน จนนักเตะเทพเกือบหมดทีม และยังไม่รอดพ้นภาวะวิกฤติจนกระทั่ง ต้องตกชั้น ลงไปเล่นในลีกล่าง อย่างเซเรีย เบ ในที่สุดปี 2002 จนกระทั่งผ่านพ้นไปได้ เมื่อได้ประธานสโมสรคนใหม่ ริคาร์โด กาโรเน่ เข้ามาคุมกิจการและฉีดเงินจำนวนมากเข้าไปกับสโมสร จนกระทั่ง ซามป์โดเรีย สามารถฟื้นตัวและกลับมาเล่นในกัลป์โซ่ได้ดังเช่นทุกวันนี้ อย่างที่เราคุ้นเคยกันในกลุ่มฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา

คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ คือตำนานกองกลางแห่งทีมชาติฮอลแลนด์ หรืออัศวินสีส้ม ที่แฟนบอลทุกคนแทบจะรู้จักกันดี ถ้าไม่จำสลับกับ เอ็ดการ์ ดาวิด ซะก่อน เพราะว่าเค้าเป็นกองกลางโคตรลีลาทักษะเยี่ยม และมีความแตกต่างไม่เหมือนใครทั้งภายในภายนอก ที่โด่งดังกับการเล่นให้กับทีมอย่าง เอซีมิลาน แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ซีดอร์ฟ นั้นเคยเล่นให้กับสโมสรอย่าง U.C. Sampdoria มาก่อนด้วย ถ้าเราจำได้คือเค้าเป็นเด็กปั้นของสโมสรท้องถิ่นในบ้านเกิดอย่าง อาแจ็กซ์ จอมปั้นดารา ชุดเดียวกับพวก ฟาน เดอร์ ซา และ คนอื่นๆที่เล่นทีมชาติชุดเดียวกัน แต่พอเจ้าตัวหมดสัญญา เขาจงใจย้ายออกด้วยกฎบอสแมนแบบไม่มีค่าตัว และเลือกย้ายออกนอกประเทศโดยการเซ็นสัญญากับทีมแรกในอิตาลีอย่าง ซามป์โดเรีย นี่แหละ ด้วยระยะเวลาปีเดียวสั้นๆ แต่ก็เพียงพอกับเค้าเมื่อโชว์ฟอร์มได้ไม่แตกต่างกันเลยกับสมัยรุ่งๆกับทีมแจ้งเกิด เพราะเล่นไป 32 เกม ยิงไป 3 ประตูและฉายแสงจนเข้าตาทีมระดับโลกอย่าง เรอัล มาดริด มาซื้อตัวเค้าไปเล่นในเสปนอย่างยิ่งใหญ่ตอนท้ายฤดูกาล ก็ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างซามป์โดเรีย ที่ช่วยเป็นสะพานให้ซีดอร์ฟได้แจ้งเกิดกับทีมระดับราชันชุดขาวจนทำให้เราแฟนบอลมีโอกาสได้ชมเกมดีๆจากนักเตะดีๆเช่นกัน

สโมสรซามป์โดเรีย มีรูปเป็นเงาดำๆตรงกลางที่หลายคนอาจจะงงและดูไม่ออกในแว๊บแรก แต่โลโก้นี้คือ กะลาสีใส่หมวกคาบไปป์ในปาก ซึ่งเหมาะสมกับชาวเมืองเจนัวที่มีเมืองท่า และท่าเรือดังๆที่เต็มไปด้วยกะลาสีนั่นเอง ประกอบกับ 4 สีสวยๆที่เราทราบแล้วว่ามาจาก 2 สี ของแต่ละสโมสรเก่าที่มารวมกัน คือ ฟ้าขาว และ แดงดำ จึงทำให้ผสมผสานกันอย่างสวยงาม และยังมีเกร็ดบอกด้วยว่ากะลาสีในรูป ชื่อว่า “จิโอวานเน่ บาตตัสต้า” ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า จอห์น บัพติสมา บุรุษสาวกของพระเยซูคริสต์ในคัมภีร์ไบเบิล

ฉายาประจำสโมสร : Blucerchiati

สเตเดี้ยมของทีม : Stadio Luigi Ferraris

กุนซือทีมคนปัจจุบัน (ปี 2018) : มาร์โก เกียมเปาโล

นักเตะ ซามพ์โดเรีย