ดาบิด เด เคอา ( David De Gea )

David-De-Gea

ดาบิด เด เคอา อาจจะเป็นผู้รักษาประตูที่เพิ่งจะมาโด่งดังได้ไม่นาน ในฐานะผู้เล่นตำแหน่งนายทวารนั้น กว่าจะกลายมาเป็นผู้มีชื่อว่าระดับโลกได้นั้น ส่วนมากมักจะมีอายุที่มากและพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นตำนานมาแล้วพอสมควรดังที่เห็นได้จากหลายๆชื่อ เช่น ซีแมน ชไมเคิล หรือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นั้นต้องเป็นผู้เล่นที่เรียกร้องความเก๋าและเวลามากกว่าตำแหน่งอื่นๆนั่นเองทุกวันนี้อาจจะมีแค่ มานูเอล นอยเออร์ ของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ได้ชื่อว่าเป็นนายทวารที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆและก้าวไปเป็นระดับโลกที่นักบอลทุกคนที่เล่นตำแหน่งนี้อยากเลียนแบบ แต่ทว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ แมนฯยู หรือ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อนายประตูคนใหม่มาผู้มีนามว่า ดาบิด เดเคอา ตั้งแต่นั้นมาแฟนบอลทั่วโลกเพิ่งจะมามีโอกาสได้รู้จักเขา และการถ่ายทอดสดทั่วโลกของ ผีแดง แต่ละเกมก็ยิ่งทำให้แฟนบอลทั่วโลกรู้สึกทึ่งกับความไม่ธรรมดาและการเซฟแบบสวยๆและยากๆครั้งแล้วครั้งเล่าในแต่ละสัปดาห์จนมีการถามคำถามกันว่า เด เคอา อาจจะเป็นนายทวารที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว

David de gea เกิดมาในครอบครัวที่เป็นลูกคนเดียวในบ้าน และเมืองเกิดคือแถบเมืองมาดริด ย่านสนามกีฬานั่นเองที่น่าสนใจคือ บ้านของเขามีพ่อแม่ที่รวยและฐานะดีมาก ต่างกับนักฟุตบอลคนอื่นๆที่ต้องเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะมีวันนี้เพราะว่าตอนเล็กๆเขา ต้องการอะไรก็ได้ตลอดแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะห้ามเขาไม่ให้เล่นกีฬาแม้ว่าบ้านรวยมากเพราะพวกเขา ก็สนับสนุนลูกให้ทำในสิ่งที่รักทุกอย่างเสมอและสิ่งที่นายทวารจอมหนึบชอบมากที่สุดก็คือการเล่นกีฬาดังเห็นได้จากการที่เขา เล่นแทบจะทุกอย่างที่เคยเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น บาสเก็ตบอล หรือ เทนนิส และไม่ว่าจะเล่นอะไรเขาก็เล่นได้ดีและเก่งมากทั้งหมดแต่แน่นอว่าที่สุดแล้วกีฬาที่เขารักที่สุดก็คือ ฟุตบอล เนื่งจากคุณพ่อของ ดาบิด เคยเป็นถึงอดีตนายประตูให้กับทีม เกตาเฟ่ นั่นเองอย่างไรก็ตามเรื่องที่น่างงมากสำหรับแฟนบอลทุกวันนี้คือ ลามะ ผู้นี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตำแหน่งนายทวารมาก่อนแต่ว่าตั้งแต่อายุ 6 ขวบกับสโมสรลูกของ แอตเลติโก มาดริด แต่เขาก็เล่นได้ดีและมีอนาคตที่สดใสอยู่แล้วจากคำบอกเล่าของโค้ชในตอนนั้น เพราะว่ามีทักษะของกีฬาเพียบพร้อมที่จริงเขาเล่นตำแหน่ง กองกลาง สะด้วยเพราะร่างกายสูงโปร่งและคล่องแคล่วมากแต่ทว่าที่จริงแล้วเวลาทีมต้องการ เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งที่ต้องการได้เลยไม่ว่า กองหลัง หรือ กองหน้า ก็ตาม เรียกว่าครบเครื่องทั้งเกมรับและรุกเลยเขาเล่นไปเรื่อยๆเช่นนี้จนกระทั่งอายุ 13-14 ปีก็มาถึงจุดเปลี่ยนชีวิตของเขา เพราะว่าเมื่อถึงจุดอายุช่วงสำคัญเช่นนั้นส่วนมากนักเตะที่มีความสูงมากเกินไปจะเริ่มไปลดทอนสมรรถนะในด้านความเร็วของผู้เล่นเช่นถ้าเป็น กองหน้า จะเริ่มวิ่งช้าลงและมีผลกับการออกตัวด้วยดังนั้น เขา จึงต้องตัดสินใจครั้งใหญ่แน่นอนว่าไม่ได้ทิ้ง ฟุตบอล แต่เลือกที่จะเปลี่ยนมาเอาดีตำแหน่งนายทวารนั่นเองเพราะว่ามีคุณพ่อเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจอยู่แล้วแต่กระนั้นเขา ก็ยังเล่น บาสเก็ตบอล ควบคู่ไปด้วยในตอนนั้นเพื่อใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์

จนกระทั่งไม่นานพออายุได้ 17 ปี เดเกอา ก็ได้รับเชิญจากทีมชุดใหญ่ของ ตราหมี ให้มาร่วมซ้อมและเล่นทีมชุดใหญ่เพราะว่าทุกคนในสโมสรล้วนมองเห็นพรสวรรค์ขั้นเทพของของนายทวารลามะ คนนี้นั่นเองที่ความสามารถของเด เคอา เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากผู้เป็นพ่อของเขาด้วย เพราะว่า โจเซ่ เป็นนายทวารมาก่อนและเมื่อลูกชายมาเล่นเป็นนายประตูด้วยเขา จึงซ้อมให้และใช้ชีวิตหายใจเข้าออกกับลูกชายเป็นนนายประตูตลอดเวลาไปดูเกมทุกเกมที่มีแข่งและแม้แต่การซ้อมทุกนัดด้วยซ้ำไม่ว่าจะฝนตกแดดออกหิมะร่วง ก็ตาม

ย้อนไปตอนที่เขามาคัดตัวกับทีมชุดใหญ่นั้นอดีตนายประตูเห็นเขาเล่นเพียงแค่ครึ่งเกมก็ตัดสินใจเซ็นต์สัญญากับเขาทันทีและหลังจากเซ็นต์สัญญาแล้ว เขาก็ต้องย้ายออกจากบ้านมาใกล้สนามซ้อมมากขึ้นทุกวันนั่นทำให้พ่อแม่ต้องขับรถจากบ้านมาไกลกว่า 50 กม.ทุกวันเพื่อชมเขา ซ้อมด้วยความเป็นห่วงโดยมีแม่โทรหาบ่อยๆเพื่อบอกให้ตั้งใจเรียนควบคู่ไปด้วยที่จริงตอนนี้พ่อแม่ของเขาถึงกับย้ายบ้านมาอยู่ที่ อังกฤษ แล้วด้วยซ้ำกับเขาหลังจากที่ได้มาเป็นมือกาวของ แมนฯยูไม่นานหลังจากเข้าทีม และเขาได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ตอนที่มีการเปลี่ยนโค้ชมาเป็น กิเก้ ฟลอเรส และเมื่อโค้ชถามกับผู้ฝึกสอนนายประตูของสโมสรว่าที่นี่ใครเป็นมือหนึ่ง คำตอบที่เป็นเสียงเดียวกันของทุกคนคือ เด เคอา ที่อายุเพียงแค่ 17-18 ปีเท่านั้น

David de gea ลงสนามเกมแรกให้กับทีมตอนเจอกับ ปอร์โต้ ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ต้องเสียประตูท้ายเกมแพ้ไป 2-0 ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ในการเปิดตัวตำแหน่งตัวสำรองวันนั้น แต่ว่าในการเปิดตัวเต็มๆตัวจริงๆเกม ลาลีกา นัดต่อมาที่เจอกับ เรอัล ซาราโกซ่า นั้นเขาเล่นได้ดีมากและเซฟจุดโทษอย่างงดงามจนนำให้เขาช่วยให้ทีมชนะไป 2-1 ท้ายเกมและตั้งแต่นั้นมา เด เคอา จึงได้กลายมาสถาปณาตัวเองเป็นตัวจริงและนายประตูมือหนึ่งภายใต้การคุมทีมช่วงนี้นี่เองนับว่าแปลกที่ตั้งแต่ เด เคอา เริ่มได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีมชุดใหญ่ เขาได้เล่นให้กับทีมสำรองหรือชุด B แค่ฤดูกาลเดียวและชุดใหญ่แค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้นจำนวนเกมรวมกันไม่ถึง 100 เกมด้วยซ้ำแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่เขาจะได้รับความสนใจจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แห่งแมน ยูไนเต็ด ที่ซื้อเขาไปร่วมทีมด้วยสถิติของเกาะอังกฤษในตำแหน่งนายประตูและยังตั้งความหวังที่จะให้เขาสืบทอดตำแหน่งทายาทผู้รักษาประตูหมายเลข 1 ของทีมอย่างตำนาน เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซา อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของการประสบความสำเร็จ

นายทวารลามะ ได้รับความสนใจจาก แมนยู ตอนแรกตั้งแต่ปี 2010 แล้วแต่ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังอยู่กับทีมไปต่อจนถึงอีก 18 เดือนจนในเวลาต่อมาเมื่อท่าน เซอร์ ตัดสินใจแล้วว่าต้องการให้เข้ามาเติมเต็มและเป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งจึงตัดสินใจซื้อ เดเกอา ไปด้วยราคาราวๆเกือบ 20 ล้านปอนด์แถมสถิติการซื้อตัวตำแหน่งนี้ของของท่าน เซอร์ อเล็ก นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมมีค่าตัวที่แพงมากทำให้หลายคนจับตามองไปด้วยความกดดันกับ De gea ด้วย และในตอนแรกคนที่สงสัยในฝีมือเขาก็ดูเหมือนจะถูกเพราะเกมแรกของเขาที่เจอกับ แมนฯซิตี้ นั้นมีเสียงวิจารณ์ตามมาเยอะมากแถมเกมต่อมายังปล่อยให้ เชน ลอง ลอดตัวเข้าประตูไปด้วย ดูเหมือนว่านายทวารหน้าใหม่อย่างเขาจะยังปรับตัวไม่ได้กับ ภาษาบ้านใหม่ ลีกใหม่แบบอังกฤษนี้ จึงเป็นเหตุให้ตัวเขาถูก กุนซือระดับตำนาน ดรอปด้วยความห่วงใยทันทีและเปิดทางให้ ลินเดการ์ด ลงเป็นตัวจริงแทนไปก่อนเพื่อลดความกดดันและเป็นตอนนั้นเองที่ De gea คิดว่าอยากจะย้ายกลับสเปนและยอมรับว่าอยากออกจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะว่าที่นี่เป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกและทุกคนเรียกร้องจากเขาสูงมากเมื่อมาเป็นสมาชิกของทีมที่ดีที่สุดในโลกแต่ถึงกระนั้นหลายๆคนก็มีความมั่นใจตั้งแต่แวปแรกว่าเจ้าตัวจะต้องประสบความสำเร็จไม่ช้าก็เร็วกับ ปีศาจแดง และหนึ่งในนั้นที่สำคัญมากที่สุดก็คือท่านเซอร์นั่นเอง เอริค สตีล ซึ่งเป็นหัวหน้าโค้ชนายประตูของทีมตอนนั้นเล่าให้ฟังว่าตลอดช่วงเวลาที่เขาทำงานกับทีมมามีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ ป๋าเฟอร์กี้ ไม่ได้อยู่ที่ข้างสนามตอนที่ทีมแข่งครั้งหนึ่งคือตอนที่ลูกชายแต่งงาน และอีกครั้งก็คือตอนที่บินไปดูฟอร์มการเล่นของ De gea ด้วยตัวเองนี่แหละเพราะถึงแม้ว่าที ผีแดง มีแข่งบอลถ้วยลีกคัพแต่ตอนนั้นนายใหญ่ของทีม ผีแดง ก็ลงทุนบินไปดูฟอร์มเขาถึงประเทศสเปนและก็ตัดสินใจว่านี่แหละตัวตายตัวแทนของ ฟาน เดอร์ ซา ไปอีกนานแน่นอนและถึงแม้ว่า 6 เดือนแรกที่แมนยูของ ลามะจอมหนึบ จะเป็นเหมือนฝันร้ายแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อโค้ชของ แมนฯยู เริ่มให้เขาเพิ่มน้ำหนักตัวที่เป็นปัญหาด้วยการบังคับให้ Degea กินเครื่องดื่มโปรตีนทันทีหลังซ้อมทุกวันและต้องเข้ายิมบ่อยๆเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งจากรายการเป็นหลักซึ่งไม่เหมือนกับในสเปนที่ไม่ต้องเข้าบ่อยๆและก็เริ่มเห็นผลหลังจากนั้นไม่นานเขากลับมาเล่นเป็นตัวจริงเมื่อหายโดนดองมานาน เขาก็เล่นแบบคนละคนกันเลยด้วยความมั่นใจมากขึ้นตอนออกมาคว้าลูกกลางอากาศและใช้ร่างกายใหม่เวลาป้องกันประตูและจัดการกับลูกโด่งจากด้านข้างที่เคยเป็นจุดอ่อนของเขาได้หมดและในที่สุดก็กลายเป็นตัวจริงถาวร

การที่เขาได้แชมป์ครั้งแรกและเป็นปีสุดท้ายที่แมนยูได้แชมป์ลีกสูงสุดไปแต่หลังจากนั้นแม้ว่า สโมสร จะเจอขาลงตอนที่รับ เดวิด มอยส์ เข้ามาเป็นกุนซือเขาทำทีมได้แย่มากแต่นั่นก็หมายถึงนายทวารมือ 1 จะมีงานชุกกว่าเดิมและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเพราะว่าเขาต้องช่วยเซฟบ่อยมากๆจนบางครั้งคนเดียวเล่นและเซฟจนทีมได้แต้มและทั้งหมดทำให้เขาโชว์ฟอร์มดีขึ้นและมั่นใจขึ้นเรื่อยๆนั่นเองและยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของปีที่แฟนๆโหวตให้ด้วยในปีถัดไปในที่สุดเขา เล่นให้ แมนฯยู ตั้งแต่ปี 2011 ไปแล้วถึง 231 เกมและได้แชมป์มากมายทั้งทั้ง ยู่ฟาคัพ 1 สมัย และลีกคัพอีกครั้งบวกกับ 3 โลห์คอมมูนิตี้และในระดับชาติเขายังติดทีมชาติสเปนทุกรุ่นตั้งแต่ ต่ำกว่า15 ขึ้นไปและในทีมชาติเขาก็ยังเล่นกับทุกรุ่นเยาวชนไปจนถึงชุดใหญ่ในปัจจุบันอีกด้วย และถึงขนาดที่ว่าหลังจาก เด เคอา เล่นเกมดาร์บี้เมืองมาดริดเสร็จกับ ราชันชุดขาว นายทวารระดับตำนานของสเปนฝ่ายตรงข้ามอย่าง คาสิยาส ยังออกมาเอ่ยปากกล่าวชมรุ่นน้องว่า ทีมสเปนนับว่าโชคดีมากที่ได้ผลิตนายประตูระดับโลกได้ออกมารองรับยุคใหม่มาต่อสู้แย่งตำแหน่งกันกับเขาในทีมชาติและแม้แต่ เดล บอสเก้ กุนซื้อใหญทีมชาติก็ยังพูดว่า ดาบิด คือเสาหลักของสเปนในอนาคตและที่ต้องกล่าวถึงอีกคนคือตำนานที่เขามารับช่วงต่ออย่าง ฟาน เดอ ซาร์ ก็แน่นอนหนีไม่พ้นต้องออกปากชมรุ่นน้องที่เข้ามาสานต่อได้อย่างไม่มีที่ติว่า เด เคอา มีความสูง เล่นบอลด้วยเท้าดีและสั่งการแผงหลังบวกกับความคล่องตัวทำให้มีทุกอย่างที่สามารถเป็นนายประตูที่ดีที่สุดในโลกได้เลยผลงานที่เตะตาของเขาในสีเสื้อ ผีแดง ยกตัวอย่างเช่น ในเกมเจอกับไอ้ปืนโตกใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เอาชนะไป 1-0 ในเกมนั้นนับว่าเป็นเกมเปิดตัวที่ทำให้ทุกคนยอมรับเขาในที่สุดเพราะว่าเขาเซฟอุตลุตทั้งจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่นับว่ายิงคมมากแต่ละดอกและ อาชาวิน ที่ทักษะยอดเยี่ยมอีกไม่นับเซฟจุดโทษของ เพอร์ซี่ จนทำให้ทีมเฉือนเอาชนะไปได้ในที่สุดและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เป็นหนึ่งในขุนพลของผีแดงนัดที่ไล่ยำอาร์เซน่อล ไปอีกครั้งแบบน่าอายไปหลายปีถึง 8-2 หลังเกม รูนีย์ ก็ออกมาพูดว่ามือกาวจอมหนึบอย่าง เดเกอา มีบุคคลิกอย่างผู้ชนะจริงๆอีกด้วย เขามีเกมการเล่นที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในช่วงเวลาสั้นๆในปี 2012 เขาก็โชว์แบบที่เรียกเสียงอึ้งมาจากแฟนบอลอีกครั้งในเกมที่เจอกับ เชลซี และเอาชนะไป 3-1 เมื่อมีจังหวะที่ รามิเรส ยิงลูกกระฉอกจากหน้าปากประตูโล่งกำลังจะเข้าแล้วแต่ เด เคอา พุ่งตัวจากอีกฟากหนึ่งของเสาประตูมาปัดบอลออกหลังได้อย่างเหลือเชื่อเป็น ไฮไลท์บอล ที่น่าดูมากหลังจากนั้นก็ยังมีช่วงๆขึ้นๆลงกับ สโมสร อีกสักพักเพราะเมื่อ ทีม ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ด้วยน้ำมือของแบล็คเบิร์น 3-2 สื่อต่างๆก็ออกมาจวกเขาอย่างไม่รอช้าทันทีและยังทิ้งให้เป็นแพะรับบาปของทีมด้วยแต่ว่าคราวนี้ เด เคอา ไม่ได้ท้อใจแบบตอนแรกและหมดกำลังใจเพราะว่าหลังเกมเขาให้สัมภาษณ์ว่า

“ทุกๆนายประตูย่อมทำพลาดบ้างอยู่แล้วไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่งและไม่มีใครชอบเวลาทำผิดพลาดแต่ผมมีความตั้งใจที่จะอยู่กับสโมสร แมนฯยู ไปอีกนานและต้องการกลายเป็นนายประตูที่เก่งที่สุดที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างที่ควรต้องการที่จะหวังว่าทำผลงานได้ล้ำกว่านายทวารคนเก่าอย่าง ฟาน เดอร์ ซาร์ให้ได้สักวันหนึ่ง”

ซึ่งนับเป็นการประกาศความตั้งใจที่ให้สาธารณะชนได้ฟังทีเดียวและแม้ว่าหลังจากนั้นเขา จะถูกดร็อปไปไม่กี่เกมและได้กลับมาเล่นตอนเจอกับ สิงโตน้ำเงินคราม อีกครั้งวันที่ 5 ก.พ. 2012 เขาก็ทำงานได้ดีอย่างที่พูดไว้จนในนาทีสุดท้ายมีจังหวะที่เขาเซฟจ่อๆลูกของ ฆวน มาต้า ไว้ได้ทำให้ทีมไม่ได้แพ้นับจากวินาทีนั้นเองที่ เด เคอา ยอมรับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลนั้นของเขาเพราะหลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นในฐานะตัวจริงติดต่อกัน 19 เกมเก็บคลีนชีตไปได้อีก 8 เกมด้วยการเล่นของเขาเมื่อเข้าสู่ปีกลางๆและอายุของเขาเริ่มมากขึ้นจน 20 ปีขึ้นไปเขาเริ่มแสดงความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นดังที่ เอริก สตีล เคยบอกว่าตอนนั้นที่ลามะมาที่นี่เขายังเป็นเด็กและสภาพแวดล้อมที่บังคับให้เจอสิ่งที่ยากได้สอนให้เขามีความแข็งแกร่งตั้งแต่ในจิตใจภายในซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผู้รักษาประตูทุกคนต้องมีเขาเคยสอน เด เคอา ว่านักเตะที่ต้องนิ่งและเยือกเย็นที่สุดในสนามต้องเป็นผู้รักษาประตูและ เดเกอา ก็มีจุดเด่นที่ความเยือกเย็นด้วยนั่นเอง หลังจากนั้นในปี 2013 -2014 เด เคอา เริ่มมีความมั่นใจตัวเองมากถึงจุดที่เขาไม่ได้ปล่อยให้อะไรภายนอกมามีผลกระทบกับฟอร์มการเล่นของเขาได้อีกแล้วแม้ว่าจะทำพลาดบ้างแต่ก็จะลุกขึ้นมาใหม่ได้เองแต่เรียนรู้ที่จะไม่ทำพลาดอีกในคราวหน้าและหลังจากนั้นการเล่นของเขา ก็มีแต่จังหวะที่เซฟได้อย่างเหลือเชื่อใหม่ๆแทบทุกเกมเช่นในเกมที่เจอกับ ซันเดอร์แลนด์ การเซฟลูกยิงของ จัคเครินี่ ได้อย่างเหลือเชื่อจน ชไมเคิ้ล บอกว่าเป็นลูกเซฟที่ดีที่สุดที่เคยเห็นมาเลยในพรีเมียร์ลีก และการเล่นของเจ้าตัวก็พัฒนาขึ้นตลอดเวลาจริงๆการเซฟของมือกาวของผีแดงนั้นเหลือเขื่อถึงขนาดที่ว่าในเกมเจอกับ โอลิมเปียกอส รายการฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก รอบตัดเชือกนั้นพวกเขาถูกยิงนำไปก่อน 2-0 และเกือบจะโดนยิงห่างกว่านี้ด้วยถ้าไม่ได้เด เคอา เซฟจังหวะสำคัญ 2 ครั้งติดไว้ที่สำคัญจังหวะนั้นว่ากันว่าเป็นการเซฟที่เยี่ยมยอดมากจนเหมือนจะไม่เป็นตามกฎของฟิสิคส์ด้วยซ้ำและตอนจบปีนั้นผลงานก็ส่งให้เขาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสร Manchester United ประจำปี

วิเคราะห์การเล่นของนายทวารมือหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นายสเปนเลือดกระทิงดุคนนี้เป็นนายประตูที่ไม่เหมือนนายประตูคนไหนในหลายๆด้านนอกเหนือจากการที่เป็นผู้เล่นที่สูงและมีความคล่องตัวแถมปฎิกิริยาร่างกายเคลื่อนไหวเร็วแล้วเขา ยังมีอีกหลายคุณสมบัติที่พิเศษอย่างแรก คือ เป็นนายทวารที่ใช้เท้าได้ดีมาก โดยมักจะชอบใช้เท้าในการเซฟประตูได้ถ้าสังเกตจากหลายๆเกมนี่อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเคยเล่นในตำแหน่งผู้เล่นจริงๆมาก่อนเป็นเวลานานพอสมควรด้วยอย่างที่เราทราบแต่การใช้เท้าที่แข็งแรงและแม่นยำของเขา ในการหยุดลูกยิงทำให้มีการนำไปวิเคราะห์และเกิดนิยามใหม่ของการป้องกันประตูได้เลยเนื่องจากหลายๆสโมสรในโลกกำลังฝึกผู้รักษาประตูให้ใช้เท้าและขามากขึ้นตอนซ้อมและควบคุมร่างกายส่วนร่างให้ตอบสนองมากขึ้นๆพอๆกับการใช้มือเลยทีเดียวและมีการสนับสนุนกันมากขึ้นๆพูดง่ายๆคือการเล่นของเขาปฎิวัติศาสตร์ของผู้รักษาประตูเลยและยังมีอาวุธอีกอย่างคือความเร็วและสปีดของเขาที่มีมากกว่านายประตูคนอื่นเพราะร่างกายที่ไม่หนักมากและนี่ทำให้เขาเล่น ตำแหน่งนายประตูประเภทสวีปเปอร์ได้นั่นหมายถึงเขาต้องวิ่งออกไปนอกเขตบ่อยๆเพื่อตัดบอลและพุ่งออกไปจากเส้นเวลามีบอลหลุดเดี่ยวมาหาและเขาก็ทำได้ดีในสถานการณ์ 1-1 เพราะความเร็วนั่นเองเนื่องจากนายทวารจอบหนึบคนนี้มีความสูงโปร่งตอนแรกอยู่แล้วเมื่อเขากระโดดและพุ่งตัวปัดจึงทำให้มีความเป็นอะโครแบตมากๆแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่เท่ากับเรื่องภายในหัวของเขา อย่างที่ทราบว่านายประตูต้องนิ่งเยือกเย็นและมีสมาธิมากๆ นั่นคือความนิ่งในวัยเด็กหนุ่มที่หาได้ยากรูปร่างของเขาแม้สเลนเดอร์แต่ที่เจ๋งกว่าคือมันสมองของการอ่านทางบอลเพื่อที่จะไปยืนถูกที่ถูกตำแหน่งนั่นแหละที่สุดยอดมาก

ในตอนแรกของการเล่นให้กับ แมนฯยู ดูเหมือนว่าจะมีจุดอ่อนอยู่ในตัวของอยู่บ้าง เช่นสมัยนั้นเขา ยังตัวบางร่างเล็กๆอยู่และมีบอดี้แบบของเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่นี่ส่งผลให้เขาชอบชกบอลออกไปเวลาต้องจัดการกับบอลกลางอากาศที่เข้ามาในเขตโทษมากกว่าที่จะคว้าบอลไว้ทำให้บ่อยครั้งเขาทำพลาดและโดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการกับบอลยาวที่ทีมในอังกฤษชอบใช้กันและเป็นอุปสรรคทำลายอาชีพของนายโกลจากต่างชาติมากนักต่อนักแล้วตัวผู้รักษาประตูหน้าลามะก็เช่นกันต้องปะทะและเสียบอลเมื่อต้องใช้ร่างกายคว้าบอลโด่งเช่นนั้น เมื่อดูจากตัวเลขสถิติการเล่นของเด เคอา ในปีแรกๆนั้นค่อนข้างชัดเจนในการเล่นว่ามีปัญหาเช่น 28 เกมที่ลงเล่น เขา เจอบอลครอสเข้ามา 92 ครั้งแต่ได้ชกออกไปมากถึง 23 ครั้งหรือคิดเป็น 25% เลยแต่ในปีต่อมาเมื่อปรับตัวดีขึ้นมีบอลมาหา 54 ครั้งใน 24 เกมและเขาชกออกไปแค่ 6% เท่านั้นเองหมายความว่าเขายืนบนเส้นมากขึ้นและไม่เสี่ยงออกไปหาบอลที่รับไม่ได้แล้วซึ่งต้องสื่อสารกับกองหลังดีขึ้นด้วยนอกจากนั้นโค้ชและผู้ฝึกสอนได้ให้ โกล์ดมือหนึ่ง เข้ายิมบ่อยขึ้นและกินโปรตีนเพื่อเพิ่มมวลให้กับร่างกายจนทำให้เขาดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้นและน้ำหนักที่เพิ่มความแข็งแกรงอย่างเห็นได้ชัดและนี่ส่งผลกับการเล่นทั้งหมดของเขา แน่นอนในปีหลังๆของ David อีกสิ่งหนึ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือการใช้มือของเขา ตอนแรกมือของเขาเล็กและไม่แข็งมากทำให้เมื่อปัดบอลหรือชกบอลออกไปไม่ไกลมีจังหวะที่ให้แถวสองยิงสวนกลับมาได้แต่เมื่อได้รับการปรับและรับรู้จุดอ่อนตัวเองเพื่อแก้ไขตอนนี้มือของเขาแกร่งพอที่จะรับลูกยิงไกลแรงๆได้แน่นและคว้าบอลให้หนึบติดตัวดีกว่าเดิมนอกจากนั้นสิ่งสุดท้ายที่เปลี่ยนไปคือในสมัยที่ยังอายุน้อยเขาทำสิ่งที่หลายๆผู้รักษาประตูทำมากเกินไปนั่นคือการวิ่งออกไปและพยายามแสดงการเซฟประตูยากๆเพื่อโมเม้นแบบฮีโร่และนั่นทำให้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นบางครั้งแต่ตอนนี้เมื่อเขา มีประสบการณ์ในลีกที่หินที่สุดในโลกแล้วเขาไม่ได้มีปฎิกิริยาเพื่อป้องกันประตูแบบที่มากเกินจำเป็นอีกแล้วแต่ทุกๆการตัดสินใจเต็มไปด้วยความมั่นใจและสุขุมรอบคอบ

เรื่องเล่าเล็กน้อยของนายทวารมือหนึ่งของ พรีเมียร์ลีก เด เคอา นั้นมีเพื่อนสนิทกับนักเตะคนนึงที่หลายคนแทบไม่เคยทราบมาก่อนเลยเพราะว่าทั้ง 2 คนนั้นอยู่คนละฝั่งกันและเล่นให้กับคนละทีมสองฝั่งฟากเมืองเลยนั่นคือ อเกวโร่ กุน กองหน้าทีมชาติ อาเจนไตน์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเองทั้ง 2 คนเริ่มเล่นให้กับทีม แอตเลติโก มาดริด ในเวลาไล่ๆกันและได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันที่สุดนั่นเองแม้จะเล่นกันคนละตำแหน่งและยังมีส่วนสูงคนละเรื่องกันเลยแต่ทั้ง 2 คนก็ถูกคอกันมากสมัยที่โตมาด้วยกันจนกระทั่งเขา 2 คนเคยย้ายมาพักที่หอพักห้องเดียวกันยังกับนักศึกษาแชร์หอพักกันไม่ใช่เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าห้องแต่เพราะว่าอยากอยู่ใกล้กันและช่วยเหลือกันนั่นเอง

วันเดือนปีเกิด : 7 พฤศจิกายน ค.ศ.1990

สโมสรปัจจุบัน (2018) : แมนยู