นีซ (OGC Nice)

OGC Nice

Nice ที่ไม่ได้อ่านว่า ไนซ์ เพราะว่าไม่ได้จะชมใครว่าเก่ง แต่เป็นชื่อสโมสรแห่งหนึ่งที่น่าสนใจในฝรั่งเศษนั่นเอง นีซ มีชื่อมาจากเมืองที่ตั้งของสโมสรซึ่งก็คือนีซ ที่จริงแล้วเป็นสโมสรสมาชิกแรกเริ่มดีของลีก เอิง หรือลีกสูงสุดของฝรั่งเศสเลยทีเดียว ถือได้ว่ามีประวัติมาเนิ่นนานพอสมควรและตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยังสามารถครองแชมป์ลีกไปได้ทั้งหมดถึง 4 สมัยบวกกับชนะแชมป์บอลถ้วยฝรั่งเศสสูงสุด ไป 3 ครั้งด้วยกัน แต่ทว่าความสำเร็จส่วนมากเหล่านี้ นีซ ได้มาครอบครองแค่ช่วงเวลาเดียวคือประมาณ ทศวรรษปี 1950 นานมาแล้ว ภายใต้การทำทีมของผู้จัดการ นูมา อองดอร์ และชาวอังกฤษ วิลเลี่ยม เบอร์รี่ การชนะได้รางวัลของนีซครั้งสุดท้ายก็ต้องย้อนไปไกลถึงปี 1997 โน่นเลย ตอนที่ได้แชมป์บอลถ้วยครั้งสุดท้าย จากการเอาชนะจุดโทษกับสโมสรเก็งก็องตอนช่วงต่อเวลา

OGC Nice มีชื่อเต็มในภาษาฝรั่งเศสว่า “Olympique Gymnaste Club Nice Côte d’Azur” ตั้งแต่ไหนแต่ไรได้ชื่อว่าเป็นสโมสรที่ใช้นักเตะต่างชาติผสมผสานกับนักเตะท้องถิ่นฝรั่งเศส สร้างทีมได้อย่างลงตัวและมีความแข็งแกร่ง เช่น ปันโช่ กอนซาเลซ หรือ วิคเตอร์ นอร์เรนเบิร์ก ชาวเสปนและเยอรมัน ได้เล่นผสมผสานกับดาวเตะชาวฝรั่งเศสคนอื่นๆมากมายในช่วงทีมชุดเดียวกันได้อย่างดี สโมสรนี้มีจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างเป็นไปตามชื่อคือ โอลิมปิกนิส ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษว่า ยิมนาสติก หรือกีฬาการละเล่นตัวอ่อนอย่างยิมนาสติกตามโรงยิมและสถานที่ฝึกสอนทั่วไป ในตอนนั้นสโมสรให้ความสำคัญกับยิมนาสติกเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งไป 1908 มีการพยายามแบ่งสโมสรออกเป็น 2 ส่วนและส่วนใหม่ที่เพิ่มเติมมาทีหลังก็คือสโมสรฟุตบอล เมื่อผ่านไป 2 ฤดูกาลทั้ง 2 สโมสรก็รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวกันเหลือเพียงสโมสรเดียวในที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น ในปี 1919 OGC Nice ยังได้ทำการควบรวมสโมสรอีกครั้งหนึ่งกับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่น ที่ชื่อ สโมสรกาลิเย่ อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนมาใช้สีดำ-แดงแทนสีสัญลักษณ์ของสโมสรแบบผสมผสานจาก 2 สโมสร

นอกจากนี้ ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงปี 1930 เมื่อสภาฟุตบอลฝรั่งเศษได้จัดการโหวตเลือกตั้งกันว่าจะมีการยกเครื่องกระบวนการจัดการลีกและสโมสรฟุตบอลในประเทศ เพื่อยกระดับขึ้นให้ทุกสโมสรเป็นการเล่นแบบอาชีพในที่สุด และนีซก็โหวตเข้าร่วมด้วย จนได้กลายเป็น 1 ในหลายสโมสรตั้งต้นในจำนวนหลายๆทีมที่ได้เปิดตัวเป็นสโมสรฟุตบอลของลีกสูงสุดในฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกเป็นต้นมา และเช่นเดียวกับหลายๆสโมสรที่ก่อตั้งในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งยุโรป สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ทำลายทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟุตบอล ณ เวลานั้นในลีกฟุตบอลในฝรั่งเศษ และหยุดชะงักไปเลย จนถึงปี 1939 ภายหลังสงครามผ่านไป นีซได้กลับมาเล่นในลีกดิวิชั่น 2 อีกครั้ง เริ่มเล่นได้ดีขึ้นภายใต้การนำของผู้จัดการทีมต่างชาติหลายคนจนได้เลื่อนชั้น ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดในที่สุด ปี 1950-1951 ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกเอิง ครั้งแรกได้เป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร

ด้วยภายใต้การนำทัพของผู้จัดการทีมชื่อ ฌอง ลาร์ดี้ มีกองหน้าคู่ดูโอ้ชาวอาร์เจนไตน์อย่าง ปันโช กอนซาเลซ และ ลุยซ์ คานนิเกลีย ที่ยิงแหลกในลีกจนเบียดเข้าป้ายพร้อมกับมีแต้มเท่าทีมลีลล์แต่ทว่ามีเกมชนะมากกว่าหนึ่งเกม ได้รับการเลือกให้เป็นแชมป์ไปในที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น ยุคแห่งความรุ่งเรืองก็ยังไม่ได้หยุดอยู่ง่ายๆแค่นั้น ในปีถัดมาพวกเค้ายังสามารถเอาชนะทีมต่างๆจนคว้าแชมป์เป็นการรักษาแชมป์ลีกเอิงได้อีกสมัย และครานี้ยังเป็นการทำดับเบิ้ลแชมป์ด้วย เพราะว่าเข้ารอบชิงและได้แชมป์บอลถ้วยฝรั่งไปอีกหนึ่งรายการนั่นเอง ฉายาของสโมสรคือ นกอินทรีน้อย ยังคงทำผลงานได้ดีต่อไปหลังช่วงนั้นเพราะว่ายังคว้าแชมป์บอลถ้วยในปี 1954 อีกรอบ และยังคว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยที่สามได้ในปีถัดมา ถึงแม้ว่าจะโดนไล่บี้กระชั้นชิดจากทีมหลายๆทีมเช่น โมนาโก และ ล็อง จนกระทั่งในปี 1959 พวกเค้าคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยสุดท้ายได้อีกสมัย และแถมท้ายด้วยความหรูหรา เมื่อได้เล่นฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพตอนนั้น จบที่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของ เรอัล มาดริด ไปแบบเฉียดฉิว

ทางสโมสรต้องเผชิญความเจ็บปวดอีกครั้งในการเล่นฟุตบอล ช่วงทศวรรษปี 1970 เมื่อสโมสรหันไปใช้ระบบดึงตัวผู้เล่นอายุน้อยจากทีมเยาวชนมาใช้ในทีมมากขึ้น ทำให้ทีมได้ผลเสมอบ่อยๆ และมีผลงานไม่ค่อยดีคงเส้นคงวาผสมผสานกันไป ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะดีๆอายุไม่มากอยู่บ้างหลายคน แต่ก็ต้านทานไม่ไหวต้องตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี ค.ศ.1981 และต้องจมปลักเล่นอยู่ 3 ปี พวกเขาต้องน้ำตาตกในอีกเมื่อเล่นเกมตัดสิน เพลย์ออฟ เลื่อนชั้นกับสโมสรเล็กๆจากปารีสและต้องแพ้ไปไม่สามารถได้เลื่อนชั้นได้ในที่สุด ถัดมา เมื่อสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสตั้งองค์กรที่ชื่อ DNCG ที่คอยติดตามกำกับดูแลด้านการเงินของสโมสรฟุตบอลต่างๆในลีกฝรั่งเศษ และก็ทำพิษจนได้ เมื่อพวกเค้าส่งให้สโมสรชื่อดังต่างๆ อย่างนีซหรือ บอร์กโด และแม้แต่ทีมอื่นๆให้ตกชั้นทันทีเพราะว่าสภาพคล่องทางการเงินไม่ดีพอ ถูกถือว่าล้มละลายทางด้านองค์กรไปด้วย

ต้องใช้เวลามากถึง 3 ฤดูกาลก่อนจะกลับมาเลื่อนชั้นได้ในปี 1994 ในที่สุด ยุคแห่งความรุ่งเรืองก็กลับมาอีกครั้ง หลังได้ประธานสโมสรที่เป็นที่รักที่กล่าวไปในตอนแรกอย่าง ฌอง ปิแอร์ ริเวียเร่ มากำกับดูแล และเค้าได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างของสโมสรนีซ เช่น การทำทีมเยาวชน นโยบายการค้าแข้ง หรือว่าสนามกีฬา และสาธารณูปโภคต่างๆของสโมสรเช่น สถานที่ฝึกซ้อม เชื้อเชิญนักลงทุนจากจีนมาลงเงินก้อนโต ในที่สุดก็ส่งผลให้เล่นฟุตบอลได้อย่างสวยงามน่าชม ภายในระยะเวลาสั้นๆเพียง 5 ปี จนกระทั่งหลังปี 2012 เป็นต้นมานีซสามารถเกาะติดกับลีกเอิงและทำผลงานกลางๆตารางดีมากบ้าง ดีธรรมดาบ้าง สลับไปเล่นเป็นที่จดจำขาประจำของลีกสูงสุดในฝรั่งเศษมาจนถึงทุกวันนี้

สิ่งที่แฟนบอลๆชาวไทยในยุคหลังๆสามารถจดจำหรือเชื่อมโยงชื่อ Nice กับสิ่งดีๆอื่นๆอีกอย่างก็ถือ การที่พวกเขาสามารถชุบชีวิตคืนชีพเส้นทางค้าแข้งฟุตบอลของนักเตะดังระดับโลกอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ ให้กับมาสดใสปิ๊งปั๊งอีกครั้งได้ อย่างที่แฟนๆบอลทราบดี บาโลเตลลี่ นั้นโด่งดังมาจากลีกอิตาลีอยู่แล้ว และยังมาถึงจุดรุ่งเรืองสูงสุด ตอนที่เค้าย้ายมาเล่นในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกที่ดังและดีที่สุดในโลกตอนนั้นกับยอดทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสำแดงเพลงแข้งขั้นเทพ นำแดนหน้ายิงประตูและทำเกมลูกสำคัญๆ ให้เรือใบสีฟ้าได้แชมป์ลีกไปแซงหน้าผีแดงไป สนุกสนานกับแชมป์แรกในรอบหลายสิบปี แต่หลังจากนั้นไม่นาน บาโลเตลลี่เริ่มมีปัญหาด้านพฤติกรรมและไม่ชอบแก้ไขตัวเองเช่น การทะเลาะกับทีม การสำเรเทเมา และอื่นๆที่ปรากฎทั้งในและนอกสนาม จนทำให้เค้าย้ายไปอยู่ทีมต่างๆก็ดับแถมไม่มีทีมใหญ่ๆในยุโรปกล้าเรียกตัวหรือแม้แต่เซ็นฟรีไปใช้ด้วยซ้ำ

จนกระทั่งนีซนี่แหละที่มาพาไปและชุบชีวิตให้นำแดนหน้าลงสนามต่อเนื่อง บาโลเตลลี่ จึงเรียกฟอร์มเดิมๆกลับมาได้ ยิงประตูอย่างหรูหราอีกครั้ง และยังทำให้สโมสรเองได้ไต่อันดับสูงได้ด้วย จึงถึงว่า บาโลเตลลี่ เหมือนกับได้ตายและมาเกิดใหม่เมื่อมาเล่นที่ฝรั่งเศสกับนีซนั่นเอง ที่น่าสนใจคือ ไม่เพียงแค่ บาโลเตลลี่ ที่เรียกได้ว่าเกิดใหม่ แต่สโมสรอินทรีค่ายนี้ยังทำตัวเหมือนสถานบำบัดฟื้นฟูนักเตะที่เป็นไม้ใกล้ฝั่ง เช่น อายุมาก หรือ การค้าแข้งไม่ค่อยรุ่งแล้ว ให้มาสะสมตัวรวมอยู่ด้วยกัน เพื่อเรียกเพลงแข้งกลับมาได้ เช่น ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา หรือล่าสุดก็ จอมทัพของอัศวินสีส้มผู้พาอินเตอร์มิลานคว้าแชมป์มากมายอย่าง เวสลี่ย์ ชไนจ์เดอร์ ก็มาเล่นรวมกันหลายคนด้วย

สาเหตุที่ทีมนี้ทำได้ น่าสนใจมาก เมื่อประธานสโมสรนีซให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากสโมสรของเค้านั้น ทำงานกันแบบธุรกิจครอบครัวมากกว่า เพราะว่าทุกๆองค์ประกอบในสโมสรได้รับการออกแบบมาให้นักเตะพวกนี้แสดงออกมาเต็มที่ และเพลิดเพลินไปกับการเล่นบอลที่นี่อย่างสนุกสาน ทุกคนที่ทำงานและสต๊าฟต่างๆก็รู้สึกว่าทำงานหนักจริงๆ เพื่อให้นักเตะมีความสุขและรู้สึกสบายใจ คำว่าสบายที่นี่ไม่ได้หมายถึงด้านวัตถุ แต่เป็นด้านของจิตใจมากกว่า ท่านประธานยังเปรียบเทียบว่า การที่นักเตะดังพวกนี้ย้ายมาจากทีมใหญ่ๆมานีซ ก็เหมือนพนักงานออฟฟิศย้ายจากในเมืองใหญ่มาทำงานที่ชนบทบ้านนอกชิวๆนั่นเอง ที่ไม่กดดันมาก รีแลกซ์และสนุกไปกับฟุตบอลมากๆ ทางสโมสรได้เปลี่ยนรูปแบบของโลโก้ไปหลายๆครั้ง ตลอดหลายปีในประวัติศาสตร์ แต่แบบที่โดดเด่นที่สุดคือ การหันมาใช้สีดำสลับแดง ตอนที่มีการรวมสโมสรที่ใช้สองสีของตัวเองเข้าด้วยกัน ตรงกลางของโล่ก็มีปักชื่อสโมสรตัวเองไว้ และห่อหุ้มด้วยรูปนกอินทรีสีทองอันเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรอย่างสวยงามรอบข้าง แถมด้วยด้านล่างเป็นปีที่สโมสรก่อตั้ง คือ ปี ค.ศ.1904

ฉายาของสโมสร : นกอินทรี (Les Aiglons)

สนามฟุตบอลประจำทีม : Allianz Riviera

กุนซือฤดูกาลปัจจุบัน (2017-2018) : Lucien Favre

แฟนคลับสโมสรนีซ