น็องต์ (FC Nantes)

FC Nantes

สโมสรที่เรียกกันในนามว่า น็องต์ เอฟซี ในประเทศฝรั่งเศส เป็นชื่อที่ได้มาจากการเรียกตามชื่อที่สโมสรตั้งอยู่ตามตัวเลย หลายๆแฟนบอลครั้งแรกอาจจะออกเสียงยังไงดีในหัว ก็จะมีสับสนบ้าง แต่ที่จริงต้องออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศสถึงจะถูกต้อง นั่นก็คือเสียงเหมือนสระ ออ และลงท้ายด้วยงองูสะกดบ่อยๆ น็องต์เป็นสโมสรที่ถูกตั้งขึ้นในปี 1943 ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี ส่วนจุดเริ่มต้นก็คล้ายกับสโมสรหลายๆแห่งที่ เกิดจากการรวมตัวกันของสโมสรท้องถิ่นในเมืองย่อยๆเล็กๆหลายๆแห่ง มารวมกันเป็นสโมสรใหญ่แห่งเดียวในช่วงแรกของการก่อตั้ง ช่วงปี 1992-2007 ใช้เป็นชื่อ FC Nantes Atlantique แต่ปัจจุบันใช้ชื่อให้สั้นลงคือ FC Nantes ที่เราคุ้นเคยกันดี ว่ากันตามจริงแล้วเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลประเทศฝรั่งเศษเลย เนื่องจากถ้านับตั้งแต่อดีตมานั้น สามารถคว้าแชมป์ลีกเอิง หรือ ลีกสูงสุดของประเทศไปได้รวมกันทั้งหมดถึง 8 สมัย และคว้าแชมป์บอลถ้วยฝรั่งเศส ไปได้อีก 3 ครั้ง ถ้วยเล็กที่ชื่อ คูป เดอ ลา ลีก ไปอีก 1 ถ้วยด้วยกัน

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ สมัยก่อนที่ยังรุ่งเรือง ผู้คนรวมทั้งแฟนบอลในฝรั่งเศษต่างรู้จักกันในฐานะเป็นทีมที่มีชื่อเสียงดี มีความโด่งดังโดยเฉพาะในด้านการเล่นฟุตบอล ถึงขนาดที่มีคนตั้งชื่อเรียก วิถีการเตะบอลว่า เล่นแบบสไตล์น็องต์ (jeu a la nantaise) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นเมื่อนักเตะจากสโมสร เล่นด้วยสปิริต ทุ่มเท และสวยงาม ที่จริงช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้น สมัยที่มีโค้ชอย่าง โจเซ่ อาริบาส กับ เรย์มองด์ เดอโน่ซ์ คุมทีม ได้ประยุกต์ใช้ระบบนักเตะเยาวชนที่ผลิตจากท้องถิ่นเมืองน็องต์ เอง มาใช้งานเป็นแกนหลักของทีมที่แข่งขันกันจนโด่งดังและคว้าแชมป์มากมาย หนึ่งในเรื่องที่สโมสรสามารถเชิดหน้าชูตาได้ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะทีมหัวแถวเหมือนกับ ปารีส / โมนาโก / ลียง เหมือนก่อนแล้ว ก็คือ การทิ้งตำนานนักเตะยอดเยี่ยมที่เป็นแกนหลักของทีมชาติ เป็นระดับดาวดังที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงในทีมอื่นแม้แต่ในลีกต่างประเทศ ที่ทำให้คนรู้จักกันดีภายหลัง ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสโมสรเล็กๆชื่อน็องต์นี่แหละ ที่เป็นทางผ่านสร้างสมฝีเท้าของนักเตะเหล่านั้น น้อยคนนักที่จะทราบเบื้องหลังของยอดนักเตะทั้งหลาย

นักเตะเหล่านี้ได้แก่ จำพวกกัปตันทีมอมตะของฝรั่งเศษและโครตกองหลังเชลซี อย่าง มาร์แซล เดอร์ไซญี่ กัปตันทีมและโค้ชปัจจุบันตอนนี้อย่างชุดแชมป์โลกปี 1998 อย่าง ดิดิเย่ร์ เดอร์ช็อง หรือว่านายประตูยอดฝีมืออย่าง มิคาเอล ล็องโด้ รวมทั้งอีกมากมาย เช่น คล็อด มาเกเลเล่ ตำนานกองกลางตัวรับที่เคยเล่นให้กับทั้งราชันชุดขาว และเชลซีแห่งอังกฤษแล้ว หลายคนคงรู้จักเค้าและทราบดีแล้วว่ามาเกเลเล่ เล่นในตำแหน่งกองกลางที่เรียกว่าตัวตัดเกม ยืนอยู่หน้าแผงหลังเสมอและคอยปัดกวาดแย่งบอลป้องกันแผงหลังเป็นชั้นแรกให้กับเกมรับ แต่ก่อนที่เค้าจะโด่งดังในพรีเมียร์ลีกจนทุกๆคนกับแฟนบอลหันมารู้จักเค้า และตำแหน่งที่เค้าเล่นกันมากขึ้น จนมีการคิดคำว่า ตำแหน่งมาเกเลเล่ ขึ้นมาเพื่อพาดพิงถึงตำแหน่งนี้ไปตลอด

เค้าเคยเล่นและเริ่มสะสมประสบการกับทีมน็องต์อยู่ถึง 5 ปี พร้อมพาทีมได้แชมป์ลีกในปี 1995 และไปถึงรอบรองชนะเลิศในปีต่อมาในฟุตบอล ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ด้วยซ้ำ ก่อนหน้านั้นเค้าเล่นให้กับทีมแบรสต์แต่ไม่มีความสุข จนเมื่อย้ายมาอยู่ที่น็องต์ ค้นพบตัวตนและตำแหน่งตัวเอง มีความสุขกับการเล่น ตอนอายุ 18 เมื่อปี คนที่ค้นพบเค้าคือ ประธานกีฬาของน็องต์ ชื่อโรเบิร์ต บัดซินสกี้นี่เอง เค้าบอกว่าแวปแรกที่เห็นมาเกเลเล่ มั่นใจเลยว่า ได้เจอ เอมมานูเอล เปอตีต์ คนใหม่แล้วแน่ๆ จนซื้อตัวเค้ามาในที่สุด และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆตลอด 5 ปีที่น็องต์ จนเค้าไปโด่งดังหน้าจอทีวีกับทีมใหญ่ต่อไป

ความสำเร็จของสโมสร มีช่วงเวลาที่ยังอยู่ในลีกล่างตั้งแต่ก่อนตั้งปี 1943 จนถึง ปี1964 ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนด้านตัวบุคลากรขนานใหญ่ โดยแชมป์ลีกเอิงพวกเค้าได้ ในปี 1964-1966 เป็น 2 ถ้วยแรก และจนถึงช่วงหลังปี 1972- 1977 พวกเค้าได้อีก 2 ถ้วยในยุค 70 และ เหมือนกับจะได้แชมป์ทุกๆรอบสิบปี เพราะว่า ปี 1979-1983 พวกเค้าก็หวนกลับมาได้แชมป์อีก 2 สมัย และหลังจากนั้นยุค 90 พวกเค้าก็ได้แชมป์อีกครั้งในปี 1994-1995 โดยครั้งหลังสุดที่พวกเค้าได้แชมป์ลีกเอิง ก็เมื่อไม่นานนี้เองที่ ปี 2000-3001 ที่แฟนบอลชาวไทยบางคนอาจจะทัน และยังจำเซอร์ไพรซ์ในปีนั้นได้ เพราะว่า ณ ยุคนั้นลีกฝรั่งเศสยังไม่ได้มีการผูกขาดกันแค่ไม่กี่ทีมใหญ่ๆรวยๆที่จะมีสิทธ์คว้าแชมป์ แต่ว่าการแข่งขันค่อนข้างเปิดกว้างและ ช่องว่างความเก่งหรือคุณภาพนักเตะแต่ละทีมยังไม่ได้ห่างกันมากเท่าไร นอกจากนั้น บอลถ้วยฝรั่งเศสถ้วยใหญ่ หรือ คูป เดอ ฟรองซ์ พวกเค้าได้ 3 สมัย ตั้งแต่ปี 1978 และ 1998 -1999 ซึ่งก็ถือว่าไม่นานเกินไปเหมือนกันยังอยู่ในความทรงจำหลายคน ที่พวกเค้าเริ่มคว้าแชมป์ได้มากมาย นอกจากนั้นในระดับยุโรป พวกเค้าได้เข้ารอบรองชนะเลิศของทั้งบอล ยูฟา แชมป์เปี้ยนลีก และ อีกครั้งกับการแข่งขัน คัพ วินเนอร์ คัพ นั่นเอง ส่วนบอลถ้วยเล็กๆอื่นๆก็มีบ้างเช่น ถ้วยเล็กของบอลฝรั่งเศส และ ถ้วยแอลป์อีกครั้งเท่านั้น

น็องต์มีตกชั้นไปเล่นในลีกล่างบ้างเป็นครั้งคราวเช่นกัน ระหว่างช่วงเวลาที่ได้แชมป์ในทศวรรษปีต่างๆ และครั้งล่าสุดที่กลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูสุดพวกเค้าก็ยังไม่เคยได้แชมป์เหมือนเดิมอีกเลย คือตั้งแต่ปี 2013 แถมยังเกือบจะตกชั้นหลายครั้งด้วยในปีต่อๆมา แต่อันดับสูงสุดที่ทำได้บนตารางของลีกเอิงก็คือ 7 นั่นเอง จนกระทั่งล่าสุดปี 2017/2018 ได้ คลาวดิโอ รานิเอรี่ ที่โดนไล่ออกจากจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ มาคุมทีมจนไต่เต้าไปแถวหัวตารางได้อันดับ 3 คู่คี่สูสีกับทีมใหญ่และรวยมากประจำลีกตอนนี้อย่าง ปารีส และ โมนาโกอย่างไม่อายใคร

นักเตะที่ตำนานที่แจ้งเกิดกับสโมสร อย่างที่ทราบไปแล้วได้มีโอกาสช่วยสร้างยอดนักบอลหลายคนเชื้อสายฝรั่งเศษป้อนให้กับทีมใหญ่ๆ และทีมชาติอย่างต่อเนื่องและอีกคนที่ค่อนข้างสำคัญคือ นายทวารชาวฝรั่งเศส มิคาเอล ล็องโดร้ ตอนนี้เปลี่ยนไปทำงานด้านคุมทีมแทนแล้ว แต่เค้าเคยเล่นและโด่งดังที่แรกกับน็องต์ ตั้งแต่ปี 1996-2006 และเล่นเฝ้าเสาไปมากถึง 335 เกมมากที่สุดในชีวิตของเค้าเลย ก่อนจะย้ายไปอยู่กับปารีส และติดทีมชาติไปถึง 10 กว่าเกมด้วยกัน ตั้งแต่อายุ 19 เค้าได้เปิดตัวลงชุดใหญ่ตัวจริงในเกมแรกก็เซฟจุดโทษได้ทันทีเลย และหลังจากนั้นก็เริ่มแสดงความหนึบต่อเนื่องกับน็องต์ จนกลายเป็นมือหนึ่งของทีมไม่ขาดอีกและได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่อายุน้อยด้วย และแชมป์รายการต่างๆที่น็องต์ได้ก็เพราะมีล็องโดร้อยู่ระหว่างเสาประตูนี่เอง จนถึงช่วงปี 2000 เค้าดังขนาดทีมอย่าง บาร์ซ่า ยูเว่ และแม้แต่ผีแดงก็มีข่าวกับเค้าเลยทีเดียว

เค้าต้องเจอกับอาการบาดเจ็บใหญ่ในช่วงปี 2003 จนเกือบส่งผลให้ต้องหยุดอาชีพ แม้จะสามารถผ่าตัดกลับมาได้อีก แต่ก็ไม่ได้แชมป์อะไรอีกเลยจนถึงปี ที่เค้าหมดความท้าทายและขออำลาทีมไปในปี 2005-2006 แฟนบอลของน็องต์ต้องแสดงความนับถืออำลาในนัดปิดสนามเพื่อขอบคุณการทำงานอย่างซื่อสัตย์ตลอด 13 ปีให้กับน็องต์ของล็องโดร้ และทันทีที่เค้าย้ายออกไป น็องต์ก็ตกชั้นจากลีกสูงสุดทันที หลังจากไม่เคยตกอีกหลังปี 1963 โลโก้ของสโมสรน็องต์ ใช้สีเขียวเหลืองเหมือนกับ สีที่เป็นสัญลักษณ์สโมสรสมัยเริ่มก่อตั้งแรกๆ เมื่อยังเป็นสโมสรเล็กๆที่มารวมตัวกัน และยังเป็นสีของนกคานารี่ย์ และได้ใช้รูปเรือเหมือนเรือที่มาเทียบท่าเมืองบ่อยๆ ตามด้วยลูกฟุตบอลคลาสสิกด้านล่างของตราโล่ ดูรวมๆแล้วสวยงามสีเตะตาและขลังมาก

ฉายาของทีม : Les Canaris

สเตเดี้ยมของสโมสร : Stade de la Beaujoire

กุนซือทีมคนล่าสุด (2018) : Claudio Ranieri

FC Nantes Team