บอร์นมัธ (Bournemouth)

AFC Bournemouth

A.F.C. Bournemouth คือทีมฟุตบอลทีมหนึ่งในไม่กี่ทีมของลีกสูงสุดอังกฤษที่ถูกพูดถึงบ่อยในแง่ดี มีความโด่งดังพอสมควรเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดีอยู่แล้วในวงกว้าง ซึ่งแตกต่างกันกับความโด่งดังของบอร์นมัธ สโมสรแห่งนี้ เป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาไม่กี่ปี แต่กลับเล่นฟุตบอลที่ดูดีมีสกุลด้วยเกมรุกเป็นหลัก ไม่ใช่เกมอุดกับสาดบอลโด่งเหมือนฉบับบอลผู้ดีลีกล่างๆทั่วไปนิยมทำกัน แถมนักเตะยังเต็มไปด้วยระดับชื่อชั้นเข้าโรงเรียนใหม่ เรียกว่าโนเนมแทบจะทั้งชุด แต่ฝีเท้ากับปรัชญาการเล่นเข้าขั้นระดับประเทศ ไม่แพ้ทีมดังขาประจำบนตารางลีกสูงสุดของกลุ่มเดียวกันแม้แต่น้อย

สโมสรบอร์นมัธที่จริงแล้วเพิ่งจะมีโอกาสย้ายขึ้นมาเล่นบนลีกสุดสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรในปี 2015-2016 ที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นไม่แปลกที่แฟนบอลชาวไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้น ถ้าเป็นเซียนบอลลีกล่างดิวิชั่น 1 ลงไปก็อาจจะพอมีคุ้นๆบ้างยามที่ดูบอลคู่เล็ก ส่วนถ้าเป็นแฟนบอลพรีเมียร์ล่ะก็มั่นใจได้เลยว่า แทบจะไม่เคยมีคนชายตามาชมหรือหูกระดิกมาได้ยินชื่อทีมบอร์นมัธเป็นอันขาดแน่ ที่จริงถ้าจะพูดให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือ บอร์นมัธนั้นใช้เวลาเกือบทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1890 เล่นฟุตบอลวนเวียนอยู่ในลีกชั้น 3 ของอังกฤษ และในตอนนั้นพวกเค้ามีอีกชื่อเป็นชื่อเก่าคือ Boscombe FC โดยรวมทีมค่อนข้างรักษาฟอร์มคงที่สม่ำเสมอในการเป็นสมาชิกขาประจำที่มีสถิติเล่นกับลีก 3 อย่างยาวนานด้วยจำนวนเกมมากที่สุดด้วย กล่าวคือ… เล่นแค่ลีกเดียวไม่ย้ายขึ้นย้ายลงไปไหนเลยนานมาก

ผ่านมายาวนานก็ยังไม่มีทีว่าจะเริ่มดัง หรือมีแววจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆด้านต่างๆของสโมสรในทางใดทั้งสิ้น จะมีก็เพียงแค่ในปี 1984 พวกเค้าจับสลากมือดีมาเจอกับทีมผีแดง ในการแข่งขัน บอลถ้วย เอฟเอ คัพ ภายใต้การนำของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ ณ ตอนนั้น ก็ดันเอาชนะผีแดงไปได้สะอีกเป็นข่าวใหญ่โตไปเลยทีเดียว เพราะว่าเขี่ยแชมป์เก่าตกรอบไปเลย แต่ก็ยังแค่นั้นไม่ได้เปรี้ยงปร้างมาก ถัดมาต้องขอบคุณนายใหญ่แฮร์รี่ ที่สามารถพาทีมบอร์นมัธเลื่อนชั้นจากลีก 3 เข้ามาเล่นในอีกขั้นนึงที่สูงขึ้นได้นั่นคือ ลีก 2 โดยมีการแข่งขันที่ดีบ้างเสียบ้างและก็อยู่กับนายใหญ่คนนี้นานพอสมควร จนกระทั่งกุนซือเก๋าเกมส์ลาออกไปในที่สุดหลังมีปัญหากับเจ้าของเรื่องการเงินตกต่ำ และขาดสภาพคล่องในการทำทีม ตอนนั้นแฮร์รี่ย้ายไปคุมทีม West Ham United ต่อจนโด่งดัง

ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนั้น มีบุคคลหนึ่งที่เดินเข้ามาและเปลี่ยนแปลงสโมสรบอร์นมัธไปตลอดกาลให้เรามารู้จักเค้ากันสักหน่อย “เอ็ดดี้ ฮาว” จะมีผู้จัดการทีมสักกี่คนที่สามารถประสบความสำเร็จกับการทำทีมเองหลังจากสิ้นสุดการเล่นเป็นนักเตะเองในสนามแล้วบ้าง คงต้องบอกว่ามีไม่มากเลย การขาดประสบการณ์กับการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันที่เตะบอลดีๆ ต้องมายืนข้างสนามคุมและสั่งการลูกทีมเล่นแทนซะงั้น ทว่า สุดยอดของโค้ชบนเกาะอังกฤษก็กำเนิดขึ้นในสโมสรเล็กๆในเมืองบอร์นมัธ เอ็ดดี้ ฮาว เป็นนักเตะเก่าของบอร์นมัธที่เล่นให้กับสโมสรตัวเองแห่งนี้เป็นเวลานานมาก แทบจะสโมสรเดียวตลอดชีวิตเขาด้วยซ้ำ โดยในตอนวิ่งเตะบอลอยู่นั้น เค้าเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ด้วยบุคลลิกนิ่ง สุขุมใจเย็น เค้าชื่อว่าเป็นกองหลังผู้นำที่มีแววจะไปได้ไกลมากด้วย แต่แล้วจุดเปลี่ยนของชีวิตเค้าก็เกิดขึ้นจาก อาการบาดเจ็บหัวเข่าแบบร้ายแรงและเรื้อรังเป็นเวลานานที่ไม่สามารถรักษาได้ หลังการผ่าตัดและผ่านการรักษามานักต่อนักแล้ว

นั่นทำให้ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องปิดฉากอาชีพนักเตะที่เขารักลงในวัยเพียงแค่ 27 ปีเท่านั้น โดยตอนท้ายของชีวิตการเล่นบอล เขามีควบตำแหน่งผู้เล่นและผู้จัดการทีมไปด้วย โดยมีหน้าที่เตะบอลกับชุดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไปคุมทีมสำรองของบอร์นมัธด้วย นี่กลายเป็นจุดที่ทำให้เขาสะสมประสบการณ์ดีๆ ที่มีค่ามากมายจนทำให้กลายมาเป็นโค้ชเต็มตัวเต็มใจ ก็น่าแปลกใจเหมือนกันที่ปกติส่วนมากแล้วอาการบาดเจ็บแรงๆแบบนี้มักจะปิดอาชีพนักเตะและอนาคตในแบบต่างๆมาหลายคนแล้ว แต่สำหรับฮาวมันกลายเป็นว่าการบาดเจ็บช่วยให้เค้าเข้าสู่ชีวิตใหม่และมอบโอกาสดีๆให้กับตัวเขาเองแบบที่ไม่มีวันลืม หลังจากเข้าคุมสโมสรได้ไม่นาน ความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมาผสมผสานกัน ทำให้กลายเป็นผู้จัดการคนแรกในอังกฤษ ในปีแรกนี้ ได้พาทีมรอดจากการตกชั้น และเมื่อเขาเริ่มชีวิตผู้จัดการทีมได้สักระยะ ได้พาทีมไฟแรงคว้าแชมป์บอลลีกล่างจนขนข้าวของขึ้นแทนในกลุ่มพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2015-2016 และยังมั่นคงปักฐานอยู่มาจนถึงฤดูกาลปัจจุบัน (2017-2018) คำถามต่อมาคือ เค้าทำได้ยังไง ? คำตอบคือ แทคติค… เช่นข้อมูลวิเคราะห์ต่อไปนี้

แนวทางการเล่นในปัจจุบันของบอร์นมัธในฤดูกาล 2017-2018 ฮาวชอบให้บอร์นมัธเล่นฟุตบอลแบบครองบอล และค่อยๆทำเกมรุกแบบสวยงามด้วย โดยจะเริ่มเกมให้ผู้เล่นทุกคนกดหลังไปเลย วิ่งไล่บี้ตั้งแต่แดนหน้าจนเอาบอลกลับมาครองเอง เมื่อได้บอลมาแล้วจึงพยายามปั้นเกมรุกหาโอกาสให้มากที่สุด ที่สำคัญอีกอย่างคือ ไม่อาศัยพึ่งสตาร์คนใดคนนึง แต่ทุกคนเท่าเทียมกัน เล่นเพื่อกันและกัน ไม่มีใครเด่นกว่าใครแน่นอน ต้องค่อยทำเกมไปเป็นแผงด้วยกัน ไม่สาดบอลโด่งอย่างเด็ดขาด มีฟูลแบ็คเติมเกมสูงบ่อยๆ และให้เชอร์แมนกองกลางลงต่ำไปปกป้องแผงหลัง แต่ให้ แฮร์รี่ อาร์เตอร์ เป็นนักแตะวิ่งจาก Box-to-Box วิ่งขึ้นลงทั้งเกมสองฝั่งเขตโทษนั่นเอง นอกจากนั้น กุนซือรายนี้ยังชอบใช้ปีกเด็ดๆสองข้าง ให้ใช้พื้นที่ด้านข้างให้เป็นประโยซน์สูงสุด พร้อมกับมีกองหน้าที่ต้องวิ่งไล่บอลดีทั้งคู่กันจะได้เร็วและได้ทั้งรับรุก นอกจากนี้ หนึ่งในกองหน้าจะมีตัวต่ำคนนึงเสมอ ทำหน้าที่คอยเชื่อมเกมกองกลางกับกองหน้า แต่จุดเด่นคือการเล่นเกมรับมากกว่า เพราะว่าการบีบเร็ว เพรสซิ่งของเค้าทำให้กองหลังกองกลางของคู่แข่งเสียบอลได้ตลอด อัจฉริยะฮาวจะกำชับให้คอยสังเกตการณ์เรื่องการจ่ายบอลพลาด ครองบอลเสีย ซึ่งทั้งทีมจะแย่งบอลตามตำแหน่งของตัวเองและได้ผลอย่างมากในเชิงบวก

ทางสำหรับสโมสร A.F.C. Bournemouth มีรูปภาพในโลโก้ เป็นรูปนักบอลโหม่งบอลด้วยหัวอยู่ใต้ตราสีแดงดำสวยงาม แม้จะดูเรียบๆแต่ก็ดูเก๋ไปอีกแบบ โดยเฉพาะสีแดงที่ทำให้ดูร้อนแรง นอกจากนั้น ฉายา “เดอะเชอร์รี่ส์” เชื่อกันว่ามาจากการที่สโมสรอยู่ในเมืองที่มีกล้วยไม้นานาพันธ์และดอกเชื่อรี่ส์ที่หาดูง่าย เลยกลายมาเป็นฉายาแบบทุกวันนี้

ฉายาของสโมสร : เดอะเชอร์รี่ส์, เทพีแดงดำ

สเตเดี้ยมหลักของทีม : ดีนคอร์ท (Dean Court)

ผู้จัดการทีมคนล่าสุด ( มีนาคม 2018 ) : เอ็ดดี ฮาว

สโมสรฟุตบอล บอร์นมัธ