ลิโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi)

ลิโอเนล เมสซี่

ไม่ว่าจะเป็นอายุเท่าไร วัยไหน หรือเชื้อชาติอะไร ถ้าเป็นแฟนบอล มักจะต้องชอบการเสวนาจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับนักฟุตบอลเก่งๆคนนั้นคนนี้ นักเตะชื่อดังที่มีนับไม่ถ้วนตลอดทุกยุคสมัย และเมื่อการสนทนาเพลิดเพลินกำลังได้ที่ไปถึงจุดหนึ่ง จะมีคำถามเกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อแลกกันออกความเห็นอย่างสนุกต่อๆไป ส่วนคำถามที่ต้องมีเสมอคือ… “ใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ?” การจะตอบคำถามนี้ ต้องมีการพาดพิงถึงผู้เล่นมากมายที่มีทักษะระดับเทพ ฟอร์มการเล่นที่ติดตาจนโด่งดังจนผู้คนจำได้ การเปรียบเทียบ ชวนกันวิเคราะห์ บ้างก็โตเถียง บ้างก็จับกลุ่มกันวิจารณ์กันอย่างเฮฮาเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

คำถามที่ว่าใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกกันแน่ หากจะต้องให้แฟนบอลมานั่งคุยกันคิดหาคำตอบเรื่องนี้ จากรายชื่อตัวตนนักเตะที่ไม่ได้เล่นแล้วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แก่หง่อม หรือแม้แต่นักเตะที่เคยดังแต่อายุขัยและร่างกายไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพการค้าแข่งอีกต่อไป ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนเราต้องมานั่งเถียงกันว่า นายกคนไหนในสมัยโบราณของไทยเก่งกว่า มีกึ๋นกว่ากันแน่ ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นต่างก็เลี้ยงหลานอยู่บ้านกันหมดแล้ว สิ่งที่น่าถามกว่าคือ คำถาม ณ ปีพ.ศ.นี้ (เขียน ณ พ.ศ.2561) ใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกกันแน่ ลองกวาดตามองไปยังรายชื่อและตำนานนักเตะที่กำลังเตะบอลกันในสนามและการแข่งขันประจำทุกๆสัปดาห์ ณ ทุกวันนี้เรื่อยๆดู

เชื่อว่าหลายคนหนีไม่พ้นชื่อของนักเตะระดับโลกคนนึงว่า “นี่แหละ… นักบอลที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้” ชื่อของเค้าคือ ลิโอเนล เมสซี่ บทความนี้เราจะใช้เวลาสืบค้นประวัติดและคุยเสวนากันแบบลงลึกถึงประวัติของลิโอเนล เมสซี่ จากทีมแห่งเมืองคาตาลัน ประเทศสเปนคนนี้กัน อุตส่าเกิดมาในสมัยนี้ทั้งที แถมยังรักกีฬาฟุตบอล คงจะเสียดายแย่หากเรารู้จักเค้าคนนี้แบบเพียงผิวเผิน มาลองเจาะลึกประวัตินักเตะรายนี้กันหน่อย

ชีวิตส่วนตัวของเมสซี่ เกิดในเมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินาที่โด่งดังด้านการสร้างนักฟุตบอลเก่งๆจากอเมริกาใต้ เขาเกิดมาในครอบครัวระดับกลางของเมือง บิดาเป็นคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้านทำงานไม่ประจำ แต่เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนที่ชอบฟุตบอลมาก และยังเป็นโค้ชให้กับทีมเด็กเล็กๆประจำเมืองด้วย ชื่อสโมสร กรานโดลี่ คำว่าเด็กเล็กๆที่นี่หมายถึงเล็กมากจริงๆ เพราะว่าอายุแค่ 4 ขวบเค้าก็รักการเล่นฟุตบอลและได้รับพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้มาครบถ้วนแล้ว เพราะเล่นให้กับสโมสรนี้อย่างยอดเยี่ยมตามที่คุณพ่อพยายามฝึกสอนและทำทีมด้วย นอกจากนั้น ในตอนเล็ก เค้าจะมีพี่ชายที่โตกว่าเค้า 2 คนพาไปเล่นบอลกันประจำ พร้อมเพื่อนสนิทอีกคนสองคนเสมอๆ โดยที่มีคุณยายที่เมสซี่รักมากเป็นคนให้กำลังใจดูแลเค้าอย่างดี และจะพาเมสซี่กับพี่ๆเพื่อนๆไปเล่นบอลในเมืองประจำ เหตุการณ์นี้มีอิทธิพลมากกับเขา เมื่อคุณยายมาเสียจากไปทำให้เขาต้องการตอบแทนอย่างมาก

แม้จะมีแก๊งเตะบอลที่เล่นด้วยกันเสมอ น่าแปลกใจคือ มีเพียง Lionel Messi คนเดียวที่มีรูปร่างเล็กและตัวจิ๋วมากที่สุดในกลุ่ม ตามที่เราเห็นปัจจุบันอยู่แล้วคือไม่สูงมาก ให้ลองนึกภาพดูว่าแล้วตอนอายุ 4-12 ขวบ เมสซี่จะตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไปในตอนนั้นมากขนาดไหนอีก แต่ดูเหมือนว่าเมสซี่จะได้รับสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์จากฟ้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว โดยที่ไม่ได้ดูรูปร่างเลยเพราะว่าเค้ามีเท้าซ้ายและทักษะการเล่นกับบอล โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลกับความเร็วพร้อมลูกเล่นที่ยิงบวกจ่ายได้อย่างสวยงามมาตั้งแต่เล็กๆ นั่นทำให้ตอนที่เขาเริ่มโตขึ้น จนพี่ๆเพื่อนของเมสซี่ก็เริ่มได้ค้าแข้งกับสโมสรเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆแล้ว เมสซี่เองก็มีโอกาสย้ายไปเล่นกับทีมดังอย่าง “Newell’s Old Boys” ตอนอายุ 6 ขวบ ในตำแหน่งที่ถนัดที่สุดคือ กองหน้า หรือปีก

สโมสรนี้เอง ที่เขาเริ่มต้นความมหัศจรรย์โชว์ฝีเท้าที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่นครั้งแรก เพราะว่าเมสซี่จิ๋วยิงไปถึง 500 ลูกในระยะเวลา 4 ปีที่พากันตระเวณแข่งให้นีเวล เรื่องนี้ยังโดดเด่นเข้าไปอีกเพราะสโมสรเด็กนีเวลชุดนั้น มีเด็กคนอื่นที่เก่งมากๆ เล่นเหมือนกัน พร้อมหน้ากันทั้งทีมของเมสซี่ด้วย ถึงขนาดที่ว่าชาวบ้านขนานให้กับชุดนั้นว่า เครื่องจักรแห่งปี 87 เล่นไปตั้ง 4 ปี แพ้แค่เพียงหนเดียวเท่านั้น นับเป็นตำนานที่เริ่มต้นได้น่าทึ่งเหมาะกับเมสซี่อย่างมาก ที่จริงโค้ชของสโมสรเองตอนนั้นถึงกับเล่าว่า วินาทีแรกที่เค้าเห็นเมสซี่เข้ามาร่วมทีม เค้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆที่เด็กตัวเล็กขนาดนี้จะมาเล่นกับเด็กคนอื่นได้ เรียกว่าเด็กแคระเลยดีกว่า ทั้งเตี้ยและไม่แข็งแรง แต่พอได้เล่นจริงและเห็นฝีเท้าเท่านั้นผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดทันทีและมั่นใจเลยว่า เด็กคนนี้จะต้องเป็นปรากฏการณ์ของฟุตบอลและจะโตไปกลายเป็นนักบอลที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

วงจรชีวิตยังเหมือนกันกับของนักเตะตำนานที่เป็นมนุษย์ทั่วไป ชีวิตของเมสซี่ก็ไม่ได้ปราศจากอุปสรรคปัญหาไปซะทีเดียว เหตุเริ่มต้นขึ้นตอนอายุ 10 ขวบ เมื่อหมอตรวจเจอว่า เมสซี่มีปัญหาเรื่องอาการป่วยที่เรียกว่า ฮอร์โมนเติบโตในเด็กผิดปกติ ทำให้เค้าไม่สามารถมีร่างกายที่พัฒนาไปตามวัยได้เหมือนเด็กๆทั่วไป การรักษามีเพียงจำเป็นต้องได้รับยาฉีดฮอร์โมนเป็นประจำเข้าไปเสริมเรื่อยๆ และต้องมีค่าใช้จ่ายถึง เดือนละ 1 พันดอลลาร์ นี่หมายความว่าประกันชีวิตที่พ่อของเมสซี่มี ก็จะช่วยจ่ายให้ได้เพียง 2 ปี เท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น สโมสร นีเวล ก็เบี้ยวไม่ยอมช่วยเหลือจ่ายสมทบให้เหมือนกับที่ตกลงกันตอนแรกด้วย และถึงแม้ว่าจะมีสโมสร บัวโนสไอเรส มาส่งแมวมองแต่ก็สนใจเท่านั้น ต้องถอยไปเพราะว่าไม่มีปัญญาลงทุนกับค่ารักษา เนื่องจากเศรษฐกิจในตอนนั้นของประเทศก็อยู่ในช่วงถดถอย

ณ ตอนนั้นเองที่ครอบครัวเมสซี่ เริ่มมองเห็นโอกาสและมีความคิดหาทางออกว่า ญาติที่อยู่ไกลไปถึงสเปนที่ คาตาลัน เมืองของสโมสรบาร์เซโลน่า สามารถติดต่อให้เมสซี่ไปทดสอบฝีเท้ากับทีมเยาวชนได้ นี่ทำให้ทั้งครอบครัวส่งเมสซี่ไปจัดแจงนัดหมายทดสอบฝีเท้ากับสโมสรบาร์เซโลน่าทันทีในปี 2000 และก็เป็นไปตามคาดว่าโค้ชทีมเห็นฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาและต้องการเซ็นสัญญากับเค้าทันที ถึงแม้ว่าจะมีเสียงแตกในบอร์ดบริหารเพราะว่าน้อยมากตอนนั้นที่นักเตะนอกยุโรปจะมาทำผลงานคุ้มค่าตัวที่ยุโรปแบบนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คาดหมายก็ประสบความสำเร็จ เพราะว่าโค้ช ชาร์ลี เรแซค ประจำสโมสร ได้ต่อสู้จนได้รับการอนุมัติให้ทำสัญญากับเค้าในที่สุด ที่น่าตลกคือ กระดาษเอกสารในสัญญาฉบับแรกนั้นแทบไม่มีอะไรเลย และต้องใช้กระดาษเช็ดไปเขียนแทนด้วย อย่างไรก็ตาม เมสซี่ได้ย้ายมาที่เสปนในที่สุดกับครอบครัวทั้งหมดในปี 2001 และอาศัยในแฟลตข้างๆสนามซ้อมเยาวชน แต่ที่ดีก็ยังไม่ดีเพราะกลายเป็นว่า สัญญาของเค้าขัดแย้งกับนีเวลสโมสรเก่า ทำให้ไม่สามารถจะเล่นในเกมแข่งขันจริงได้เลย และลงเล่นได้แค่กับเกมอุ่นเครื่องหรือกระชับมิตร ทำให้เขาขาดฟุตบอลในชีวิตและไม่มีความสุข

เด็กตัวเล็กๆคนนี้เริ่มไม่พูดจา และไม่สุงสิงกับเพื่อน จนตอนนั้นเพื่อนๆของเค้าคิดว่าเมสซี่เป็นใบ้ด้วยซ้ำ และไม่พอยังเป็นโรคคิดถึงบ้านเกิดด้วย ยังหนักไปอีกเมื่อแม่กับพี่ๆต้องขอย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดก่อนหลังผ่านไปปีเดียว ทิ้งให้พ่อกับเมสซี่อยู่กันสองคน จนโอกาสก็มาถึงเมื่อเขาได้รับอนุญาตให้เล่นในทีม ที่เรียกว่า ลามาเซีย ชุดเยาวชนที่ได้รับการอุปถัมป์พิเศษ ทำให้เขาได้แข่งขันจริงอย่างต่อเนื่อง และพอมีความสุขกับเกมและกับเพื่อนร่วมทีม เค้าก็สามารถโชว์ฟอร์มยิงกระจายได้เต็มที่ และทีมชุดนั้นเรียกว่าเป็นชุดดังอีกแล้ว เพราะมีทั้ง เซสก์ ฟาเบรกัส กับ ปิเก้ กองหลังปัจจุบันเล่นด้วยกัน และยังได้ฉายาทั้งทีมว่า ชุดเด็กดรีมทีม ชุดเยาวชนในตำนานของลามาเซียนี้ ได้แชมป์มากมายเพราะเมสซี่และเพื่อนของเค้าทั้งสองคน สุดท้ายก็โดนทีมในอังกฤษคือปืนโตและผีแดงมาดึงตัวไปในที่สุด มีเพียงเค้าที่ยังอยู่กับทีมต่อไป

และนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้องเพราะว่า ถึงแม้สโมสรบาร์ซ่ามีระบบการแบ่งทีมเยาวชนที่ซับซ้อน และมีอันดับลีกหลายชั้นมากมาย กว่าที่นักเตะสักคนนึงจะได้ดันไปเล่นชุดใหญ่ในที่สุดจะต้องฝ่าด่านพวกนี้มากมาย แต่ก็มีเมสซี่อีกแล้ว ฝีเท้าของเขาดีมากจนพาทีมเลื่อนชั้นเข้าในเวลาไม่นาน เรื่องราวความเก่งกาจของเมสซี่ ค่อยๆแพร่กระจายไป เพราะว่าทุกคนจะพูดตรงกันว่าในห้องแต่งตัว บุคลลิกของเค้าจะเงียบแทบไม่เปิดปาก แต่พอลงไปในสนามนั้นเมสซี่จะกลายเป็นคนละคนเลย เพราะว่าเค้าจะเลี้ยงบอลผ่านกองหลัง 4-5 คนในเวลาไม่นาน และแม้กองหลังพยายามวางแผนจะเตะเค้าให้ลงไปกองก็ยังทำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีเมสซี่ก็สปีดผ่านไปแล้ว พอซ้อมด้วยเกมแบบนี้เสร็จก็จะกลับบ้านไปเงียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

หลังจากรอมานาน เมสซี่ก็มีโอกาสได้สัมผัสกับทีมชุดใหญ่ เป็นตัวจริงของสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างบาร์ซ่าครั้งแรก ตอนนั้นเป็นปี 2003-2004 สมัยนั้นทีมตัวจริงกำลังขาดนักเตะและกำลังอยู่ในช่วงพักเบรกให้ทีมชาติแข่งกัน เพียงแค่การฝึกซ้อมกับทีมใหญ่ครั้งแรกก็ทำให้ทุกคนตกใจเช่นกัน เพราะว่า แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ที่ตอนนั้นนำทีมตัวจริง ถึงกับต้องออกปากว่าเด็กคนนี้ทำลายพวกเราซะไม่เหลือเลยตอนซ้อม และแม้แต่นักเตะตัวจริงอย่างปีก ลูโดวิช ชูลี่ ก็บอกด้วยว่า แม้แต่กองหลังตัวจริงตอนนั้นก็ยังกลัวการดวลแบบ 1-1 กับเมสซี่ และเรียกว่าเค้าว่าเอเลี่ยนจากนอกโลกชัดๆ นักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ณ ตอนนั้นอย่าง โรนัลดินโญ่ ที่มาเจอฝีเท้าของเมสซี่อย่างแท้จริงก็ยังต้องยอมรับเขาและเรียกร้องให้ทีมดึงเค้าขึ้นมาเล่นด้วยกันในทีมตัวจริงทันที และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันแบบสนิทกันทันที นี่ช่วยให้เมสซี่เข้ากับทีมและปรับตัวได้ดีขึ้นมาก

และเวลาที่มาถึงในที่สุดเมื่อ เมสซี่ ได้รับการเซ็นสัญญากับทีมชุดใหญ่ระดับมืออาชีพครั้งแรกในที่สุดในปี 2005 ตอนนั้นกับไรจ์กาด และแม้ว่าตำแหน่งที่เค้าชอบมากอย่างกองหน้าทางซ้ายกึ่งปีกจะมีตัวจริงอย่างโรนัลดินโญ่ครองอยู่ ทำให้โค้ชต้องดันเค้าไปเล่นที่ปีกขวาแทน ทำให้ตำนานนักเตะรายนี้เริ่มตำแหน่งปีกขวาโดยโยกตัดเข้ามายิงเท้าซ้ายข้างถนัดอย่างที่เราเห็นกันจนชินตาทุกวันนี้นั่นเอง ในที่สุด เขาก็ไม่ผิดหวัง เมื่อคว้าแชมป์ครั้งแรกกับบาร์ซ่าและเป็นแชมป์ที่ทีมได้ครั้งแรกในรอบ 6 ปีทีเดียว

Lionel Messi ประสบความสำเร็จและเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รางวัลและคว้าแชมป์มากที่สุดในโลกด้วย ปัจจุบันนี้ เมสซี่ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ครั้งแรกในปี 2009 และหลังจากนั้นก็อีกถึง 3 ครั้งในปี 2010-2012 ติดๆกัน และล่าสุดในปี 2015 ด้วย ถ้าให้นับรางวังนักเตะยอดเยี่ยมรวมทุกการแข่งขันแล้ว มีถึง 20 ถ้วยแน่นอน ยังมีถ้วยรางวัลแชมป์มากมายถึง 30 โทรฟี่ ไม่ว่าจะเป็น 8 แชมป์ลาลีกา 4 สมัยจากแชมป์เปี้ยนลีก 5 ถ้วยโคปาเดวเรย์ และยังยิงให้ทั้งสโมสรและทีมชาติไปถึงกว่า 600 ประตูรวมกันแล้ว เค้ายังทำลายสถิติต่างๆของสโมสรอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอายุหรือจำนวนตัวเลข นั่นรวมถึงนักเตะที่ยิงเยอะที่สุดตลอดกาลของสโมสรในปี 2012 ที่ผ่านมา

ไม่เพียงแค่นั้น ในการเล่นระดับชาติก็เช่นกัน เมสซี่ทำได้ดีไม่แพ้กันเมื่อเค้าเริ่มติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 17 โดยเล่นให้กับชุดเล็ก 17 เป็นครั้งแรกก็ช่วยให้ทีมอาร์เจนติน่าชุดนั้นได้อันดับ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนโลกไปด้วย แต่ช่วงนั้นตัวเค้ายังเล็กๆและมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน ทำให้มักจะถูกส่งเป็นตัวสำรองมากกว่า ทำหน้าที่ฐานะซุปเปอร์ซับที่ลงมาท้ายเกมพลิกเกมได้อย่างดี หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ติดทีมชาติชุดใหญ่ และได้รับการสั่งให้เพาะกล้ามเนื้อ สร้างมวลเสริมให้กับร่างกาย ด้วยการฝึกซ้อมดูแลพิเศษ ทำให้เกมการเล่นในระดับชาติของเค้าดีขึ้น ได้ลงเล่นกับอาร์เจนตินาชุดใหญ่ในปี 2005 ที่นำทีมโดยโค้ช José Pékerman นั่นเอง และหลังจากนั้นก็ได้แชมป์เหรียญทองกับทีมชาติในปี 2009 ในการแข่งขัน โคปา อเมริกา และยังเล่นดีขึ้นเรื่อยๆไม่นับช่วงที่ทั้งชาติตกต่ำลงพร้อมกัน จนได้เล่นกับตันทีมในปี 2013 เรื่อยมา

การวิเคราะห์การเล่นของเมสซี่น่าจะไม่ยากเท่าไร แฟนบอลได้เห็นเค้าแสดงความมหัศจรรย์กันมาแทบทุกมุมอยู่แล้ว แน่นอนเรื่องแรกที่เห็นแล้วรู้เลยทันทีก็คือ เค้าเป็นนักเตะตัวเตี้ย ที่ต้องมีศูนย์ถ่วงต่ำเหมือนกับกลุ่มนักเตะทั่วไปที่เตี้ยเหมือนกัน และนี่ช่วยให้เค้าเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าพวกตัวสูง เช่น ทำให้หักมุมการเลี้ยง และเปลี่ยนทิศทางการควบคุมวิ่งไปกับบอลได้ดีมาก หลบกองหลังได้ง่ายๆไปในตัวเลย เรื่องต่อมาถึงแม้ว่าถ้าดูภายนอกแล้วตัวเค้าจะไม่น่าแข็งแรงเท่าไร แต่ว่าช่วงบนของลำตัว ลิโอเนล เมสซี่ มีความแข็งมาก กล้ามเนื้อเยอะ นั่นทำให้พอผสมกับศูนย์ถ่วงต่ำเค้าสามารถทนทานการสกัดดวลกับกองหลังได้ดีมากโดยไม่เสียบอลเลย ทำให้เค้าแตกต่างกับนักเตะตัวเล็กแต่อ่อนแอ ขาของเค้าก็เป็นจุดเด่น แม้ว่าจะสั้นกว่าคนอื่น แต่นี่ทำให้ช่วงกันเพิ่มเร่งสปีดการวิ่งในระยะทางสั้นทำได้เร็วมากจน ทำให้เค้าเร่งการวิ่งหนีตัวสกัดได้เร็วมาก ยิ่งถ้ามีบอลติดเท้าแล้วจะเร็วกว่าตอนไม่มีบอลอีก ที่จริง เปป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนซิตี้ ประจำฤดูกาล 2017-2018 เคยบอกว่าเค้าชอบเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าซ้ายด้านนอก แต่ยิงและส่งด้วยข้างเท้าด้านใน ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ก็เริ่มพัฒนาการยิงด้วยเท้าอีกข้างที่ไม่ถนัดมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

นอกจากนั้นความสามารถอื่น Lionel Messi ก็มีครบหมด ทั้งการส่งที่แม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ในการปั้นเกม หรือการยิงที่คมและแรงในหลายๆเทคนิค รวมทั้งการยิงฟรีคิกแม่นราวกับจับวาง จุดโทษที่ไม่ค่อยพลาด แต่ที่เด่นสุดคงจะเป็นการเลี้ยงบอล เพราะแทบทั้งโลกยอมรับว่าเขาเลี้ยงบอลน่าจะติดอันดับตำนานโลก หรือ ดีที่สุดในโลกตอนนี้ด้วย ดีเอโก้ มาราโดน่า ยังบอกเองด้วยว่า อาจจะมีนักเตะเก่งกว่าเมสซี่ แต่ไม่มีคนที่เลี้ยงบอลได้ติดเท้าเหมือนเค้าแน่นอน ส่วนตำแหน่งที่เล่นคือเริ่มต้นจากการเล่นเป็นตัวทำเกมหลังกองหน้าคู่สมัยอยู่ทีมเยาวชน มาเพิ่มเปลี่ยนเป็นตัวจริงทางขวาในยุคแรกที่เล่นตัวจริงให้กับบาร์ซ่า เมื่อเล่นทีมชาติ จะรับบทบาททางปีกขวาหรือไม่ก็ซ้าย แต่เมื่อเปลี่ยนโค้ชเป็น เปป กวาร์ดิโอล่า เค้าถูกจับมายืนเป็นกองหน้าแบบ ฟอลส์ ไนน์ และเริ่มชอบกระชากบอลจากกลางสนามขึ้นมามากขึ้น เมื่อเปลี่ยนโค้ชอีกเป็น หลุยซ์ เอนริเก้ เค้าก็กลับมายืนตำแหน่งปีกขวาตามถนัดอีก

ยังมีการว่ากันสืบปากว่า เมสซี่ เป็นจอมพัฒนาการเล่นของตัวเองตลอดเวลาทุกปี จนทุกๆปีเขาจะเพิ่มทักษะและทำได้ดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายได้ดีขึ้นในการตัดสินใจ หรือการเล่นเกมรับเป็นทีมมากขึ้น หากแฟนบอลเคยอ่านบทสัมภาษณ์หลายๆครั้งของซลาตัน จะทราบว่าไอดอลนักบอลที่สลาตันชื่นชอบตั้งแต่เด็กๆ และฝันอยากเลียนแบบมาตลอดก็คือ โรนัลโด้ โล้นทองคำจากบราซิลผู้มีลีลาลากเลื้อยด้วยเทคนิคและทักษะแบบแซมบ้าแท้ๆ เมสซี่มีอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงนั่นคือ การเล่นแบบที่ไม่มีแรงกดดัน ทำได้ดีมากๆ นี่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้ เพราะว่าความกดดันและประหม่าหรือกลัว ทำอะไรเมสซี่ไม่ได้เลย

โค้ชเก่าของเขาบอกว่า Messi ไม่เหมือนนักเตะที่อาจมีพรสวรรค์คนอื่นๆในโลกก็ตรงที่จิตใจที่เข้มแข็งของเมสซี่ รู้วิธีรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่เสมอ ไม่เหมือนกับนักเตะเทพแต่ไม่เกิดเพราะใจไม่แข็งพอ เวลาขาสั่นเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ ลิโอเนล เมสซี่ เล่นแบบเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมไหน ใหญ่แค่ไหน และนี่ทำให้เขาสามารถระเบิดฟอร์มต่อเนื่องติดกันหลายปีตลอดอายุการเล่น

เมื่อพูดถึงชีวิตรัก เขาไม่เพียงแต่มีชีวิตด้านฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม แต่ด้านความรักก็สวยงามไม่แพ้กัน แฟนและเจ้าสาวคนเดียวคนปัจจุบันของเค้า ชื่อว่า โรคคูซว่า รู้จักกันตั้งแต่ 5 ขวบผ่านทาง เพื่อนสนิทที่เล่นบอลด้วยกันมานาน เธอคนนี้เป็นลูกของเจ้าของร้านขายของประจำเมืองเกิดคือ โรซ่าริโอ ด้วยกัน นั่นทำให้มีพื้นฐานคล้ายกันมาก ความสัมพันธ์ของพวกเค้าเริ่มเปิดตัวและเป็นแฟนกันในปี 2009 ตอนที่เค้าอายุ 21 นั่นเอง เธอคนนี้เรียนหนังสือด้านวรรณคดีอยู่ที่เมืองเกิดหลังจากเมสซี่ตัดสินใจจะย้ายไปที่เสปนเพื่อค้าแข้ง แต่ไม่มีอะไรไกลเกินไปสำหรับรักแท้ เมื่อทั้งสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกันในปี 2007 และก็มีความสุขด้วยกันเหมือนฝันตั้งแต่รูปถ่ายในสมัยเด็กๆ จนมีลูกด้วยกัน 3 คนน่ารัก ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันในปี 2017 ที่ผ่านมานี่เอง ด้วยงานแต่งสุดหรู รับแขกระดับวีไอพีเพียง 260 คนเท่านั้น และมีความสุขหวานชื่อมาจนทุกวันนี้

ที่จริงเมื่อมีเมสซี่ก็มี โรนัลโด้ ยอดนักเตะระดับโลกอีกคนที่แฟนบอลอย่างเราในช่วงชีวิตปัจจุบันถือว่า มีบุญที่ได้มีโอกาสดูทั้งคู่เล่นๆเมื่อเรายังมีอายุอยู่ในสมัยเดียวกัน แต่นั่นทำให้เกิดคำถามที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “แล้วระหว่างเมสซี่กับโรนัลโดใครเก่งกว่ากันแน่…?” หลังจากนั้น ก็มีคนคอยเปรียบเทียบ หาวิธีนำหลักฐานและการอ้างอิงสารพัดวิธีเพื่อมาหนุนให้เชื่อว่าหนึ่งในสองคนนี้ต้องเก่งกว่าอีกคนแน่ๆ ดังนั้น เราน่าจะลองมีโอกาสเปรียบเทียบกันบ้างด้านเพื่อให้เห็นเพียงแค่ความแตกต่างระหว่างทั้งคู่ ก็น่าจะพอทำให้เราลงความเห็นได้แล้วว่าทั้งสองนับว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเหมือนๆกันได้

เรื่องแรกที่เราเห็นได้ชัดคือ สไตล์การเล่นที่แตกต่างกันเมื่อเล่นในทีม เนื่องจากเราเห็นได้ชัดแล้ว่าทักษะของทั้งคู่นั้นเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ทั้งการยิง จ่าย เลี้ยง และลูกนิ่ง แต่สิ่งที่แตกต่างกันแน่นอนคือพื้นฐานการเลี้ยงดูด้านฟุตบอลและการอบรมเทรนนิ่ง ดังที่เราทราบแล้วว่าตลอดชีวิตของเมสซี่ เขาได้รับการเล่นแบบเป็นระบบด้วยการเพาะบ่มจากสโมสรในเยาวชนให้เล่นแบบเคาะสั้น ออกบอลไว ครองบอลให้เยอะพร้อมกับคนในทีม การจ่ายและรับส่งจึงอยู่ในสายเลือด ดังนั้น เมสซี่จะเล่นโดยนำเพื่อนร่วมทีมเข้าสู่เกมได้มากกว่า มีอิทธิพลต่อเกมโดยรวมมากว่า และเคลื่อนที่ไปทั่วรอบบริเวณกลางสนาม ในขณที่โรนับโด้ที่มีพรสวรรค์และเริ่มจากการเล่นปีก จึงชอบอยู่ด้านข้างมากกว่า นั่นทำให้บุคลิกและประสบการณ์ส่วนตัวเขาทำให้ตัวเองชอบเลี้ยงและบุกเดี่ยวกว่าแบบไปเป็นทีม นอกจากนั้น ด้วยความสูงที่มากกว่าและร่างกายแบบนักกีฬากว่า การดวลกับกองหลังในด้านเข้าปะทะ การแย่งโหม่งกลางอากาศเพื่อทำประตู โรนัลโด้จึงดีกว่าชัดเจน ทำให้บางครั้งเค้าโดนจับไปเล่นหน้าเป้าเพื่อจุดประสงค์ทำประตูเพียวๆด้วยซ้ำ จนล่าสุด ริโอ เฟอร์ดินานด์ เพื่อนเก่าที่ออกมาเปรียบเทียบก็บอกว่า โรนับโด้เป็นเลิศด้านการยิงประตู แต่เมสซี่เป็นเลิศด้านการเล่นนั่นเอง

นอกจากนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่าง การเล่นระดับทีมชาติของเมสซี่ไม่โดดเด่นและโดนวิจารณ์มากกว่าว่าเล่นให้กับทีมชาติได้ไม่เท่ากับสโมสร ในขณะที่โรนัลโดเป็นหัวใจของโปรตุเกสเสมอมา นำทีมได้แชมป์ยุโรปไปแล้วด้วย เรื่องอื่นๆก็มีว่า เมสซี่เล่นเกมรับมากกว่าโรนัลโด้ แต่โรนัลโด้ครอสบอลจากด้านข้างมากกว่าและแม่นยำกว่า แต่ที่แน่ๆอีกเรื่องคือร่างกาย เพราะว่าโรนัลโด้ดูแลตัวเองดีมากจนแทบไม่เจ็บเลย เมื่อเจ็บก็ฟื้นยืนระยะได้เร็วกว่าเมสซี่ นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลแล้ว ว่าใครจะไลค์หรือโฟลโลว์ใคร มีแฟนบอลกรี้ดใครกว่ากันในโลกยุคโซเชียลแบบนี้ ที่แน่ๆด้านฟุตบอลล้วนๆแล้ว ทั้งสองคนนับได้ว่าเป็นฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกด้วยกันได้แน่นอน

วันเดือนปีเกิด : 24 มิถุนายน ค.ศ.1987

สโมสรปัจจุบัน (มีนาคม 2018) : บาร์เซโลน่า