เปิดประวัติ อองโตนี่ มาร์กซิยาล (Anthony Martial) นิวอองรี หัวหอกของทัพปีศาจแดง

เปิดประวัติ อองโตนี่ มาร์กซิยาล

อองโตนี่ มาร์กซิยาล ชื่อเต็มคือ อองโตนี่ จอร์แดง มาร์กซิยาล เกิดวันที่ 5 ธ.ค. 1995 เป็นนักฟุตบอลอาชีพสัญชาติฝรั่งเศส เล่นในตำแหน่งตัวรุก ปัจจุบันสังกัดสโมสรยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ทีมปีศาจแดงแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และลงแข่งฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศสอีกด้วย เขาได้รับรางวัล “โกลเด้นบอยอวอร์ด” หรือรางวัลนักเตะยุโรปที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ในปี 2015

มาร์กซิยาล ลงเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับซีโอเลซูว์ลิส ทีมในระดับสมัครเล่นชั้น 3 ของลีกฝรั่งเศส และกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชุดใหญ่ที่สโมสร โอลิมปิก ลียง จากนั้นเขาได้ย้ายทีมมาเล่นให้กับ เอเอส โมนาโก ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร เขาลงเล่นในฐานะผู้เล่นกำลังหลักให้กับ โมนาโก ถึง 2 ฤดูกาล ก่อนที่จะถูกทีม “เรด เดวิล” ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งขณะนั้นคุมทีมโดยหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือจอมปรัชญา คว้าตัวไปในปี 2015 ด้วยค่าตัวมโหฬาร สูงถึง 36 ล้านปอนด์ ก่อนจะบวกเพิ่มเป็น 57.6 ล้านปอนด์ ซึ่งนี่เป็นค่าตัวที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ในขณะนั้น ที่จ่ายให้กับนักเตะที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาทำประตูได้ตั้งแต่ลงเล่นนัดแรกให้ทีมแมนยู และได้รับรางวัลนักเตะพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมแห่งเดือน ได้ตั้งแต่เดือนแรกที่ลงเล่นในลีกอังกฤษ

ในด้านทีมชาติ มาร์กซิยาล ติดทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่รุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี มาจนถึงรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี และเลื่อนขึ้นมาเป็นหนึ่งในขุนพลทีมตราไก่ชุดใหญ่ได้ตั้งแต่ปี 2015 และในปี 2016 เขายังติดทีมยอดเยี่ยมจากรายการยูฟ่ายูโร 2016 อีกด้วย

การลงเล่นให้กับสโมสรต่าง ๆ

ช่วงเริ่มต้น และการย้ายมาลียง

ช่วงเริ่มต้น และการย้ายมาลียง

มาร์กซิยาล เกิดที่ Massy Essonne ซึ่งเป็นเขตชานเมืองของกรุงปารีส เขาใช้ชีวิตวัยเด็กกับทีมซีโอเลซูว์ลิส ซึ่งมีฐานอยู่ในปารีส ตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งทีมดังกล่าวนี้ เป็นทีมเดียวกับที่ปั้นนักเตะอย่าง เธียร์รี่ อองรี และ ปาทริค เอวร่า ให้โด่งดัง โดยขณะนั้น เอวร่า จับตามองเจ้าหนู มาร์กซิยาล อย่างใกล้ชิด และเขาอนุญาตให้ มาร์กซิยาล ใช้สตั๊ดคู่หนึ่งของเขา ตั้งแต่อายุ 12 และในปีเดียวกันนั้น มาร์กซิยาล ก็ได้มีโอกาสทดสอบฝีเท้ากับ เรือใบสีฟ้า สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย

ในปี 2009 มาร์กซิยาล ในวัย 14 ปี ถูกแมวมองจากทีมอคาเดมี่ของ โอลิมปิก ลียง จับตามอง และชักชวนให้มาร่วมทีม ซึ่ง มาร์กซิยาล ก็ตอบรับคำชวนในที่สุด ในฤดูกาลที่ 2 กับทีมชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี มาร์กซิยาล เผยให้เห็นถึงความแตกต่างจากนักเตะรุ่นเดียวกัน เพราะเขากดไปถึง 32 ประตูจาก 21 เกม และผลงานดังกล่าวทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 17 ปีลุยศึกยูฟ่ายูโรเปี้ยนรุ่นต่ำกว่า 17 ปี 2012 จัดขึ้นที่สโลวาเนีย

มาร์กซิยาล ลงประเดิมสนามเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ ลียง ในวันที่ 6 ธ.ค. 2012 ในทัวร์นาเม้นต์ยูโรป้าลีกรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งลียงอยู่กลุ่มเดียวกับ ฮาโปเอล ไอโรนี่ เคอร์ยัต ชโมน่า ทีมจากประเทศอิสราเอล ในนัดดังกล่าว มาร์กซิยาล ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ยาสซีน เบนเซีย ผู้ทำประตูให้ทีม ในช่วงเวลา 10 นาทีสุดท้าย ก่อนจะจบเกมที่สนามสต๊าด เดอ เกอลังด์ ไปด้วยการเอาชนะถึง 2-0 สำหรับลีกเอิงนั้น มาร์กซิยาล ลงเล่นนัดแรกในวันที่ 3 ก.พ. 2013 โดยทีม ลียง บุกไปเยือนเจ้าถิ่นที่ชื่อว่า อาแจ๊คคิโอ ซึ่งเป็นการถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองเช่นกันในนาทีที่ 79 แทน ราชิด เกซซัล ซึ่งนัดดังกล่าว ลียง เป็นฝ่ายพ่ายไป 3-1 และเขายังมีโอกาสได้ลงสนามอีก 2 นัดในฐานะตัวสำรอง ในฤดูกาลเดียวกัน

ช่วงที่ย้ายมา เอเอส โมนาโก

เอเอส โมนาโก

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2013 เอเอส โมนาโก สโมสรชื่อดังของลีกเอิงฝรั่งเศส ก็ได้ประกาศแถลงการณ์ว่าทีมของตนได้บรรลุการเซ็นสัญญา มาร์กซิยาล เข้าสู่ทีมเป็นที่เรียบร้อย ด้วยสัญญากับ โมนาโก 3 ปี ค่าตัว 5 ล้านปอนด์บวกเงินโบนัส เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มาร์กซิยาล ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับสโมสรเป็นครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ราดามัล ฟัลเกา ในนาทีที่ 63 และก็เป็นเขานี่แหละที่มีส่วนช่วยทำให้ มัวเนียร์ ออบบาดี้ ทำประตูให้ทีมกำชัยชนะเหนือทีม เอฟซี น็องต์ ส่วนนัดแรกที่เขาทำประตูได้นั้น เป็นนัดเดียวกับที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งก็คือนัดที่เอาชนะ แรนส์ ไป 2-0 ที่ สต๊าด หลุยส์ 2 ในอีก 6 วันถัดมา แต่ฤดูกาลที่น่ามหัศจรรย์ของเขาก็ต้องถูกขัดขวางด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในนัดที่เจอกับ วาลองเซียนส์ ในเดือนธ.ค. และในวันที่ 27 ม.ค. 2014 เขาก็ขยายสัญญากับสโมสรออกไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2018

ในฤดูกาลที่ 2 กับ โมนาโก มาร์กซิยาล ซัดในลีกเอิงไปถึง 9 ประตู ใน 36 เกม เริ่มจากวันที่ 5 ต.ค. 2014 ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ลูคัส โอกัมโปส เขาทำประตูช่วยให้ทีมตีเสมอ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้ในนาทีสุดท้าย ในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก อีกนัดที่น่าจดจำก็คือ มาร์กซิยาล ช่วยทีมทำ 2 ประตูให้ โมนาโก เอาชนะบาสเตีย ที่เหลือ 10 คนไป 2 ประตู จบเกม โมนาโก ชนะ 3-0 ในบ้านตัวเอง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2015 และเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ปีเดียวกัน เขาก็ขยายสัญญากับทีมออกไปอีกจนถึง 2019

ในวันที่ 4 สิงหาคม 2015 มาร์กซิยาล ทำประตูแรกในทัวร์นาเม้นต์ระดับยุโรปได้ โดยนัดดังกล่าวเป็นการเปิดบ้านเอาชนะ บีเอสซี ยัง บอยส์ ไป 4-0 ในรอบที่ 3 ของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ผลรวมคือ โมนาโก เอาชนะไปอย่างท่วมท้น 7-1

การย้ายมา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

การย้ายมา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2015 มาร์กซิยาล บรรลุการย้ายทีมไปยังทีมปีศาจแดง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยราคา 36 ล้านปอนด์ พร้อมเงินเพิ่มที่รวมมูลค่าเป็น 58 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญาทั้งสิ้น 4 ปีด้วยกัน พร้อมออปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี นี่เป็นค่าตัวที่แพงที่สุดสำหรับนักเตะที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ทำลายสถติเดิม 27 ล้านปอนด์ที่ แมนยู ทีมเดียวกัน ซื้อตัว ลุค ชอว์ เมื่อปีก่อน รวมถึงทำลายค่าตัว มาร์ควินญอส ที่ราคาเท่ากันเมื่อปี 2013 โดย มาร์กซิยาล มีค่าตัว 36 ล้านปอนด์ และมีเงื่อนไขรับโบนัสอีก 3 อย่าง เงื่อนไขละ 7.2 ล้านปอนด์ จึงรวมเป็น 57.6 ล้านปอนด์ ซึ่งแต่ละเงื่อนไขเป็นสิ่งที่เจ้าตัวมีสิทธิ์ที่จะทำได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น การที่ มาร์กซิยาล ทำประตูในชุด ปีศาจแดง ได้ถึง 25 ประตู ติดทีมชาติ 25 นัดหรือได้รับรางวัลบัลลงดอร์ก่อนเดือน มิ.ย. 2019 ซึ่ง หลุยส์ ฟาน กัล ผจก. ทีมในขณะนั้นกล่าวว่า มาร์กซิยาล ถูกซื้อเข้าทีมมาเพื่อใช้งานในอนาคตต่อไป มากกว่าที่จะใช้งานทันทีในปัจุบัน ซึ่งดีลดังกล่าวนั้น ถูกคนจำนวนหนึ่งมองว่าเป็นการซื้อตัวที่ “ตลกสิ้นดี” พร้อมกับถากถางว่า แมนยูไนเต็ด ชอบซื้อตัวผู้เล่นแพงกว่าทีมอื่นซื้อเป็นสิบล้านปอนด์

เมื่อครั้งที่ซื้อมา มาร์กซิยาล เผยความรู้สึกว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่จะได้มาร่วมกับยอดทีมอย่างยูไนเต็ด ผมต้องการมาโดยตลอดที่จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักเตะวัยรุ่นทุกคนล้วนฝันถึง และ ฟานกัล ก็กล่าวสมทบว่า “อองโตนี่มีพรสวรรค์ เขายังหนุ่ม สามารถเล่นเกมรุกได้หลากหลาย ด้วยศักยภาพอันเป็นเลิศ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ที่นี่จะเป็นสโมสรที่ดีสำหรับเขาที่จะพัฒนาขึ้นต่อไป ซึ่งค่าตัวของ มาร์กซิยาล หลังการประกาศอย่างเป็นทางการนั้น ล้วนแต่สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อต่าง ๆ ของ แดนน้ำหอม เป็นอย่างมาก

ฤดูกาลที่ 2015-16

มาร์กซิยาล ลงสนามให้กับ เรดส์เดวิล ครั้งแรกที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด วันที่ 12 กันยายน โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ฮวน มาตา ในนาทีที่ 65 และทำประตูปิดท้ายให้ทีมเอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ซึ่ง ฟานกัลป์ ผจก. ทีมปีศาจแดงกล่าวว่า ลูกยิงของเขาถือเป็น ประตูอันแสนอัศจรรย์ และในอีก 8 วันต่อมา มาร์กซิยาล ซึ่งลงสนามในฐานะตัวจริง ก็ซัด 2 ประตูให้ทีมบุกไปเอาชนะทีม “นักบุญ” เซาท์แธมตัน ได้ถึงที่ 3-2 ในวันที่ 23 กันยายน จากการถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ฮวน มาตา อีกครั้งหนึ่ง มาร์กซิยาล จัดลูกที่ 4 ของตัวเองในชุด ปีศาจแดง นัดที่ 4 ช่วยให้ทีมเอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ ไปได้ถึง 3-0 ในศึกลีกคัพรอบที่ 3 ซึ่งมาถึงตอนนี้ ฟอร์มการเล่นของ มาร์กซิยาล นั้น ประทับใจ ผจก. ทีมในตำนานอย่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นอย่างยิ่ง โดยเขากล่าวออกมาว่า “มาร์กซิยาล สามารถทำได้ทุกอย่างในสนาม”

มาร์กซิยาล ได้รับรางวัลส่วนตัวเป็นครั้งแรก ในสีเสื้อแดง โดยในเดือนกันยายนเขาได้รับรางวัล “นักเตะยอดเยี่ยมแห่งเดือน จากแฟน ๆ PFA ด้วยฟอร์มการเล่น 2 นัดยิงไป 3 ประตูของเขา หลังรับรางวัลเพียงไม่กี่วัน เขาก็ได้รับอีกหนึ่งรางวัล นั่นคือ “ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน” จากลูกหลุดไปยิงใส่ทีมคู่แค้น เรดแมชชีน ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นประตูแรกของเขาในนามปีศาจแดง เมื่อเดือนกันยายน และในเดือนเดียวกันนี้ เขายังได้รับรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งเดือนประจำพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ซึ่งเขาถือเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดลำดับ 3 ต่อจาก ไมคาห์ ริชาร์ด และ ไมเคิล โอเว่น ที่ได้รับรางวัลนี้

ในวันที่ 21 ตุลาคม ในรอบแบ่งกลุ่มรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกออกไปเยือน ซีเอสเคเอ มอสโก สโมสรดังจาก แดนหมีขาวรัสเซีย มาร์กซิยาล พลาดทำเสียจุดโทษให้กับทีม มอสโก แต่ได้ ดาบิด เดเคอา ช่วยเซฟลูกยิงของ โรมัน เอเรเมนโก้ เอาไว้ได้ และผ่านเข้ารอบหลังจากผลเสมอ 1-1 และในวันที่ 10 เดือนธันวาคม มาร์กซิยาล ก็ได้รับรางวัลผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปียอดเยี่ยมของยุโรป เป็นรางวัลปิดท้ายปีอีกด้วย

มาร์กซิยาล เป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมดังเมืองแมนเชสเตอร์เอาชนะเอฟเวอร์ตันจากเมืองลิเวอร์พูลไป 2-1 ในรอบรองชนะเลิศรายการเอฟเอคัพ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2016 โดยเขาเป็นคนจ่ายแอสซิสต์ลูกแรกให้ มารูยาน เฟลไลนี่ ทำประตู ก่อนที่ช่วงทดเวลาจะบวกสกอร์เพิ่มด้วยตนเองพาทีมชนะ เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดทั้งในลีก และรวมทุกรายการ ด้วยผลงาน 11 ประตู และ 17 ประตูตามลำดับ

ภายใต้การนำทัพของกุนคนซือใหม่

ฤดกาลที่ 2016-17

ภายใต้การนำทัพของกุนคนซือใหม่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผจก. ทีมชาวโปรตุกีส ผู้ได้ฉายาว่า The Special One มาร์กซิยาล ได้ประเดิมนัดเปิดสนามด้วยการลงตัวจริงในแดนหน้า โดยมีเพื่อนร่วมทีมฟอร์มร้อนแรงอย่างเจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนปีกซ้าย และยังคงเล่นในตำแหน่งเดิมไปอีก 2-3 นัด ก่อนที่จะเสียตำแหน่งแนวรุกตัวจริงไปอันเนื่องมาจากฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐาน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะปัญหาชีวิตส่วนตัวที่เจ้าตัวจัดการได้ไม่ดีในขณะนั้น แต่จะอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ต.ค. 2016 มาร์กซิยาล ก็ลุกจากม้านั่งสำรองมาพังประตูให้ทีมปีศาจแดงตีเสมอ สโต๊คซิตี้ไปได้ 1-1 และจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว ซึ่งนั่นเป็นประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้

วันที่ 30 พ.ย. 2016 มาร์กซิยาล ถูกเรียกติดทัพ 11 ตัวจริงอีกครั้ง ในการพบกับทีม ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในรายการอีเอฟแอล คัพ หลังจากที่ได้รับการเตือนเกี่ยวกับตำแหน่งเริ่มต้นของเขาในหลายสัปดาห์ก่อน จาก โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีม และ มาร์กซิยาล ก็ตอบรับความไว้วางใจ ด้วยการกดสองประตูช่วยให้ทีมเอาชนะไป 4-1 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปได้ในที่สุด และหลังจากเข้า ๆ ออก ๆ ตัวจริงมาระยะใหญ่ ๆ ก็ปรากฏข่าวว่า มาร์กซิยาล อาจย้ายออกจากทีมยูไนเต็ดในตอนซัมเมอร์ที่จะถึง แต่ข่าวลือดังกล่าวก็หายไป เพราะเมื่อวันที่ 6 ก.พ. เขาจัดการทวีตประกาศลงในทวิตเตอร์ของเขาเองอย่างชัดเจนว่า “ข่าวต่าง ๆ ล้วนผิด อย่าไปฟังพวกนั้น” ในอีกครั้งที่ มาร์กซิยาล ได้กลับมาลงเป็นตัวจริง คือนัดที่เปิดบ้านโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจอกับทีมแตนอาละวาด วัตฟอร์ด เมื่อวันที่ 11 ก.พ. เขาก็จัดการแอซซิสต์ให้ ฮวน มาตา ยิงเบิกร่องก่อนที่จะซัดประตูของตัวเองได้ในนาทีที่ 60 จนได้รับตำแหน่งแมนออฟเดอะแมทช์ไปได้ในที่สุด ในวันที่ 26 ก.พ. มาร์กซิยาล ได้ลงเป็น 11 ตัวจริงในนัดเผชิญหน้าทีมนักบุญ เซาธ์แธมตัน ที่สนามเวมบลีย์ ในรายการอีพีแอลคัพ หรือลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ นัดดังกล่าวจบลงด้วยชัยชนะของทีมเรดเดวิล เอาชนะไป 3-2 เท่ากับว่าเขาช่วยให้ทีมคว้ารางวัลได้เป็นรางวัลที่ 3 แล้ว และในเดือน พ.ค. มาร์กซิยาล ก็ประสบความสำเร็จระดับยุโรป จากการที่แมนยูชนะรายการยูฟ่ายูโรป้าลีก ซึ่งเขาได้ลงเป็นตัวสำรองในนัดดังกล่าวด้วย

ฤดูกาลที่ 2017–18

หลังจากที่ แมนยู ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ชนะเลิศ 2 รายการด้วยกันนั่นคือ ลีกคัพ และยูโรป้า ลีก มาร์กซิยาล ก็ลงเล่นในฤดูกาลใหม่ด้วยการลงเล่นในฐานะตัวสำรองเป็นเสียส่วนมาก แม้ว่าการลงเป็นตัวสำรองของ มาร์กซิยาล เขาจะทำประตูได้ตั้งแต่ 2 นัดแรกก็ตาม นั่นคือ กับทีมขุนค้อน เวสต์แฮม และ หงส์ขาว สวอนซี ซิตี้ แล้วยังทำประตูในฐานะตัวสำรองในนัดเจอท็อฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ได้อีก ซึ่งทั้ง 3 นัดเป็นการเอาชนะในสกอร์เดียวกัน คือ 4-0 โดยนัดแรกที่ มาร์กซิยาล ได้ลงเป็นตัวจริงของฤดูกาล นั่นคือการแข่งวันที่ 20 ก.ย. ซึ่งเป็นนัดที่ แมนยู เอาชนะทีมเบอร์ตัน อัพปอน เทรนต์ ในรายการลีพคัพ และแน่นอนว่า เขาทำประตูได้ มาร์กซิยาล ได้กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา ในรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเจอกับ ซีเอสเคเอ มอสโก และ แมนยู ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไป 4-1 ในเดือน ต.ค. มาร์กซิยาล ยิงได้แมนยูได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น จากการลงเล่นแล้วเอาชนะทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แตนอาละวาด วัตฟอร์ด กับ สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเดือน พ.ย. ส่วนในเดือน ม .ค. มาร์กซิยาล ทำประตูได้ในการชนะ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงทำได้ในนัดพบกับช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ และช่วยให้ทีมเอาชนะทีม “เดอะคลาเร็ตส์” เบิร์นลี่ย์ ไปได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เดือน ม.ค. เป็นเดือนที่ตลาดการซื้อขายนักเตะเปิดขึ้นอีกครั้ง และมันก็เป็นอีกครั้งที่เจ้าหนู มาร์กซิยาล มีข่าวลือต่าง ๆ นานาว่าอาจต้องออกจากทีม อันเนื่องมาจากการเข้ามาของตัวรุกชาวชิเลียน อเล็กซิส ซานเชส เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ซึ่งเป็นดีลสลับตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ย้ายไปทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล แทน ซึ่งอาจทำให้ มาร์กซิยาล ที่ไม่ค่อยได้ลง มีโอกาสลงสนามน้อยลงไปอีก แต่จนจบเดือนเขาก็ยังไม่ได้ย้ายออกไป และด้วยโอกาสลงที่น้อยมาก ทำให้ มาร์กซิยาล ไม่ได้ทำประตูเพิ่มอีกเลยในฤดูกาลดังกล่าว ซึ่งนั่นทำให้ข่าวการย้ายทีมเมื่อจบฤดูกาล หนาหูมากขึ้นอีกครั้ง

ฤดูกาลที่ 2018-19

มาร์กซิยาล ลงเล่นนัดแรกของฤดูกาล 18/19 ในนัดแพ้ ไบรท์ตัน 3-2 ในรายการพรีเมียร์ลีก และผ่านเดือน ส.ค. และ ก.ย. เขาก็ได้ลงเล่นอีกเพียงแค่ 3 นัดในฐานะตัวสำรองในพรีเมียร์ลีก จนกระทั่งนัดสุดท้ายของเดือน ก.ย. ในนัดเจอ เวสต์แฮม เขาถึงได้ลงตัวจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มาร์กซิยาล ทำประตูในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเขายิงประตูแรกในฤดูกาลที่ได้ ช่วยให้ทีมเอาชนะ ยังบอยส์ ออฟเบิร์น ไป 3-0 ซึ่งเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ก่อนที่จะทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้ในนัดโกงความตายเอาชนะ นิวคาสเซิล ไป 3-2 ซึ่งนัดดังกล่าวเขาได้ลงเป็นตัวจริง หลังจากนั้น มาร์กซิยาล ได้ลงเป็นตัวจริงและทำประตูได้ทุกนัดในพรีเมียร์ลีกได้ในเดือน พ.ย. ก่อนพักเบรกทีมชาติ โดยในครั้งนี้เขาทำประตูทีม บอร์นมัธ เอฟเวอร์ตัน และซัดสองประตูใส่ เชลซี และยิงจุดโทษในศึกดาร์บี้แมทช์เมือง แมนเชสเตอร์ เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนั่นทำให้เขาเป็นหนึ่งในเจ็ดนักเตะที่ทำประตูได้ 5 นัดติดต่อกันให้กับแมนยู มาร์กซิยาล รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน ต.ค. ไปอีกด้วย

วันที่ 24 พ.ย. มาร์กซิยาล ทำประตูไม่ได้ในนัดเจอ คริสตัล พาเลซ โดยเขาลงเล่นเต็มเวลา 90 นาที ซึ่งมีข่าวออกมาหลังจากนั้น ว่าเขามีอาการบาดเจ็บมาจากเกมทีมชาติ มาร์กซิยาล ลงเล่น 90 นาทีอีกเช่นกันในนัด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เจอกับ ยังบอยส์ ซึ่งยูไนเต็ดเอาชนะไป 1-0 รักษาตำแหน่งในการเข้ารอบน็อคเอาท์ต่อไปได้ และหลังจากที่ไม่ได้ลงในนัดเสมอ เซาธ์แธมตัน มาร์กซิยาล ก็ได้กลับมาลงสนามในนัดดวลกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเขายิงประตูที่ 8 ของฤดูกาลช่วยให้ทีมยันเสมอเอาไว้ได้ 2-2 วันที่ 17 ธ.ค. 2018 แมนยูก็ใช้ออฟชั่นในสัญญาที่เซ็น ในการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปจนถึงปี 2020 ในวันที่ 22 ธ.ค. ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผจก. ทีมคนใหม่ มาร์กซิยาล ยิงประตูที่ 9 ของฤดูกาลไปได้ ช่วยทีมแมนยูเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไป 5-1 และในวันที่ 25 ม.ค. 2019 เขาก็ทำประตูให้ทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล ไป 3-1 ในรายการเอฟเอคัพ รอบสี่ เป็นประตูที่ 10 ของฤดูกาล และเป็นประตูแรกในปี 2019 ของเขา

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2019 มาร์กซิยาล ขยายสัญญาของเขากับทีมแมนยูออกไปอีก 5 ปี ในวันที่ 9 ก.พ. เขาแอสซิสต์ให้ ปอล ป็อกบา นักเตะล้านทรงผม ทำประตู ก่อนทำประตูเองได้ ในนัดเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 3-0

การลงเล่นในนามทีมชาติ

การลงเล่นในนามทีมชาติ

รุ่นเยาวชน

มาร์กซิยาล ซัดช่วยทีมชาติฝรั่งเศสไป 5 ประตู ช่วยให้ทีมฝรั่งเศสขึ้นจ่าฝูงรอบแบ่งกลุ่มรายการยูฟ่ายูโรเปี้ยน รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ประกอบด้วย 2 ประตูนัดเอาชนะหมู่เกาะแฟโร 5-0 และซัดแฮตทริกนัดเจอ ไอร์แลนด์เหนือ ในลักเซมเบิร์ก เขายิงได้อีก 2 ประตูในการแข่งต่อ ๆ มา เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ และ สวีเดน การันตีการเข้ารอบ นอกจากนี้ เขายังทำประตูได้ในนัดเสมอ ไอซ์แลนด์ 2-2 ที่สโลวาเนีย ในสนาม โดซาเล่ สปอร์ต พาร์ค

ทีมชุดใหญ่

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2015 มาร์กซิยาล ถูกเรียกตัวขึ้นทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในนัดกระชับมิตร โดยพบกับทีมจากแดนฝอยทอง โปรตุเกส และเจอกับเซอร์เบียในเดือนต่อมา ซึ่งได้มีโอกาสลงสนามจริงครั้งแรกในนัดวันที่ 4 ก.ย. ที่สนามเอสตาดิโอ โจเช่ อัลบาลาเด้ ของ ลิสบอน โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน คาริม เบนเซม่า ใน 16 นาทีสุดท้าย ซึ่งนัดดังกล่าวฝรั่งเศสเอาชนะไป 1-0 ในวันที่ 11 ต.ค. มาร์กซิยาล ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงประเดิมสนามครั้งแรกให้กับทีม “เลอส์ เบลอส์” ในนัดเอาชนะทีมแดนโคนมเดนมาร์ค ไป 2-1 ที่สนามพาร์เคน เมืองโคเปนเฮเก้น และยังแอสซิสต์ให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ ทำประตูแรกอีกด้วย และด้วยฟอร์มการเล่นในฤดูกาล 2015-16 กับแมนยู ทำให้เขาถูกไว้วางใจให้ติด 23 คนสุดท้ายในชุดลุยศึกยูโร 2016 ซึ่งนัดดังกล่าวฝรั่งเศสจบด้วยอันดับที่ 2 วันที่ 17 พฤษภาคม 2018 มาร์กซิยาล เป็นหนึ่งในรายชื่อสแตนบายติด 23 คนสุดท้ายในชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อย่างไรก็ตาม สุดท้าย เขาก็ไม่ได้ติดในชุดดังกล่าว ซึ่งฝรั่งเศสคว้าแชมป์ในรายการนี้เป็นครั้งที่ 2

สไตล์การเล่น

อาซิส เบนาดดาเน่ หนึ่งในโค้ชของ มาร์กซิยาล ที่ซีโอเลซูว์ลิส กล่าวกับบีบีซี สปอร์ต ในปี 2015 ว่า ในวัย 6 ขวบ มาร์กซิยาล สามารถวิ่งทะลุแผงแนวรับไปทำประตูได้ “เรามีผู้เล่นเยาวชน 400 คน แต่ทักษะแบบของเขามีแค่คนเดียวในรอบ 5 หรือ 6 ปี พวกเราทั้งหมดรู้สึกกันได้จากการเห็นเขาลงซ้อม ลงเล่น และแสดงศักยภาพ และเราผลักดันให้ศักยภาพของเขาออกมามากขึ้น โค้ชอีกรายที่ชื่อ มาฮามาดู เนียคีเต้ กล่าวเพิ่มเติมว่าศักยภาพของ มาร์กซิยาล นั้นต้องลงเล่นให้กับชุดใหญ่กว่า อายุ 6 ขวบก็จริงแต่เขาต้องลงเล่นกับรุ่นอายุ 8 ขวบ และตอนอายุ 12-13 ศักยภาพของเขาเทิร์นโปรได้เลย

นักเขียนคอลัมน์ชื่อ เฟลิปเป้ อูแคลร์ เขียนถึง มาร์กซิยาล ว่า สไตล์การเล่นของเขาคล้ายกับตำนานรุ่นพี่ เธียร์รี่ อองรี ซึ่งเติบโตมาจากสโมสรเดียวกัน มีความเร็ว มีทักษะ ทั้งการเล่นด้านข้างและแดนหน้า ตัว อองรี เองก็ชื่นชม มาร์กซิยาล หลังจากที่ยิงประตูแรกได้ แต่ตัว มาร์กซิยาล เอง ไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบ โดยกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเรามีการเล่นที่เหมือนกัน เขาเร็วมาก ในขณะที่ผมจะออกไปทางพลังและเทคนิค แต่ก็เป็นสิ่งดี ๆ ที่ได้ถูกเปรียบเทียบกับนักเตะในตำนาน

หลังจบแมทช์ที่ฝรั่งเศสเอาชนะเดนมาร์คไป 2-1 เมื่อเดือน ต.ค. 2015 ไซม่อน คแจร์ ปราการหลังสโมสร เฟเนร์บาห์เช่ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับอย่างตื่นตะลึงจากการที่เขาต้องดวลกับ มาร์กซิยาล ว่า ไม่น่าเชื่อว่านี่คือเด็กอายุ 19 ปีเท่านั้น โดยเขากล่าวกับเลอกิป สื่อชื่อดังแดนน้ำหอมว่า เขาเป็นนักเตะอายุ 19 ที่ยอดเยี่ยมเกินวัย ผมไม่ได้รู้จักเขาตอนที่ผมอยู่ในฝรั่งเศส การประกบเขาเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะเขาสามารถพลิกแพลงทำได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่เร็ว แต่เขามีเทคนิคที่ดีด้วย

ในส่วนของตัว มาร์กซิยาล เอง เขากล่าวว่า เขาชอบเล่นในแดนหน้า แต่ถ้าหากโค้ชอยากให้เขาเล่นปีก นั่นแปลว่า ทีมจะได้ประโยชน์จากการเล่นทีมของผมมากกว่า และตัวผมเองก็จะได้ประโยชน์ด้วย นั่นคือสิ่งที่สำคัญ

ชีวิตส่วนตัว

มาร์กซิยาล เป็นเชื้อสายชาวกัวเดอลูป เป็นน้องชายของโจฮาน กองหลังตัวฉกาจของ มัคคาบี้ เปตาห์ ทิควา ทีมฟุตบอลจากอิสราเอล อีกทั้งยังเป็นตัวแทนทีมชาติฝรั่งเศส ที่เล่นในระดับอายุต่ำกว่า 20 ปี ส่วนพี่ชายอีกคนของเขา โดเรียน เป็นกัปตันทีมอยู่ที่เมืองเลซูว์ลิส ประเทศฝรั่งเศส โดยในส่วนครอบครัว มาร์กซิยาล นั้นก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษาแก่ลูก ๆ ของพวกเขาเป็นอย่างมากอีกเช่นกัน ส่วนในเรื่องของนิสัยส่วนตัว โค้ชในวัยเด็กของเขาได้อธิบายถึงอุปนิสัยของเขาว่าเป็นคนที่ขี้อายและไม่ค่อยพูดจาสุงสิงกับใคร อีกทั้ง มาร์กซิยาล นั้นยังนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก โดยทุกครั้งก่อนที่เขาจะลงสนาม เขาจะต้องสวดมนต์อธิษฐานก่อนเสมออีกด้วย

สไตล์การเล่นของ มาร์กซิยาล