เอสปันญ่อล (Espanyol)

RCD Espanyol

สโมสรมีชื่อที่ตอนแรกถ้าฟังคร่าวๆแล้วอาจจะมีคนคิดว่าเป็นชื่อชาวสเปนในภาษาตัวเอง แต่แท้จริงแล้วๆ ตอนเริ่มแรกสุดสมัยก่อตั้งนั้น มาจากเมืองเล็กๆชื่อว่า เขต ซารีอา และในตอนแรกเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า โซเซียดาด เอสปัญโนลา เดอ ฟุตบอล (Sociedad Española de Football) และได้ชื่อว่าเป็นสโสมรฟุตบอลแห่งแรกที่ก่อตั้งริเริ่มโดยมาจากการรวมตัวกันของแฟนบอลล้วนๆ ไม่มีบริษัทหรือองค์กรการเมืองบุคลากร แม้แต่สปอนเซอร์ใหญ่ๆมาหนุนหลังเลยแม้แต่น้อย เป็นเรื่องที่หายากในสมัยก่อน นอกจากนั้นแล้ว ก่อตั้งเมื่อ 28 ตุลาคม ค.ศ.1900 เอสปันญ่อลยังเป็นสโมสรไม่กี่สโมสรที่ได้รับอนุเคราะห์หรือพระบรมราชูถัมป์ให้ใช้สัญลักษณ์ รูปมงกุฎแห่งสเปนในตราสโมสรเป็นพิเศษ จากกษัตริย์ อัลฟองโซ่แห่งสเปน ในปี 1912 ซึ่งทำให้สามารถใช้คำว่า เรอัล ในชื่อสโมสรได้ และทั้งหมดนี้เองเป็นที่มาของ ชื่อตัวย่อ RCD ที่อ่านในภาษาสเปนได้ว่า อาร์เซเด โดยมาจากคำเต็มว่า Real Club Deportivo Español

ที่สำคัญ RCD Espanyol ยังเป็นสโมสรที่มีวัฒนธรรมและอิทธิพลจากรากเหง้าของชาวคาตาลันอย่างมาก เนื่องจากอยู่ในเมืองคาตาโลเนีย แบบเดียวกับทีมบาร์เซโลน่า ดังนั้นจึงเดาได้ง่ายๆเลยว่าเวลาเล่นกับบาร์ซ่าแต่ละเกมในลีก จึงต้องเป็นแมชต์ดาร์บี้ เกมของการเจอกันแบบอริชนอริตลอดกาล ชาวสเปนจะเรียกกันว่า บาร์เซโลน่า ดาร์บี้ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ชื่อชั้นทั้งการเล่นและระดับความใหญ่ของทีมสโมสรทั้ง 2 ดารานักเตะของทั้งคู่จะต่างกันเหลือเกิน แบบที่เรียกได้ว่าคนละชั้นกันเลย เพราะว่าบาร์ซ่านั้นก้าวขึ้นไปเป็นหมายเลขหนึ่งของโลกได้ในตอนนี้ แต่เอสปันญ่อลยังไม่ได้คว้าแชมป์อะไรเลยในสมัยหลังๆ และธรรมชาติคุณภาพของการเล่นฟุตบอลก็แทบจะเทียบกันไม่ได้ แต่ว่าเอสปันญ่อลในสมัยแรกเริ่มนั้นเรียกได้ว่าไม่ได้ขี้เหร่หรือแย่อะไรเกินไปเลย

เนื่องจากสโมสรแห่งนี้สามารถคว้าแชมป์ โคปา เดล เรย์ บอลถ้วยของลีกสเปนไปได้ในประวัติศาสตร์ถึง 4 สมัยด้วยกัน ครั้งสุดท้ายก็เมื่อปี 2006 นี้เอง และยังเคยเข้ารอบชิง ยูฟ่าคัพ 2 ครั้ง ปี 1988 และ 2007 แต่ต้องชวดแชมป์ ในปี 1944 ได้ก่อตั้งสโมสรของทีมสำรองอีกชุดนึง เรียกกันว่า เอสปันญ่อล บี ที่เล่นแข่งขันกันในลีกสำรองที่เรียกกันในสเปนว่า เซกุนด้า ดิวิชั่น บี บ่อยครั้งที่ๆแฟนบอลที่เล่นเกม ฟุตบอล เมเนเจอร์จะมีโอกาสเห็นลีกนี้บ่อยๆ ก็คล้ายกับลีกสำรองในอังกฤษที่แทบทุกสโมสรจะมี

ในตอนแรกนั้นมีความเก่าแก่และมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ฟุตบอลของประเทศสเปนมาก นักศึกษาของมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ ได้ไปเตะตาและรู้จักกีฬาลูกหนังที่เพิ่งจะถูกนำเข้ามาจากประเทศต้นตำรับอย่างอังกฤษหมาดๆ ในปี 1900 และก็ดันชอบหลงมากกับฟุตบอลจนทำให้เค้าต้องริเริ่มก่อตั้งชักชวนผู้คนเข้ามาจอยกัน โดยที่เค้าจะคัดเลือกมองหาแต่ผู้คนท้องถิ่นเชื้อสายชาวสเปนเท่านั้น ไม่ได้หาคนต่างชาติแบบสโมสรอื่นๆอย่างบาร์เซโลน่าที่นิยมทำกันในตอนนั้น และให้ความสำคัญกับทำเนียมเช่นนี้มาตลอด จนแม้แต่ปัจจุบัน เอสปันญ่อล มี 2 ทีม 2 ชุด แต่ทว่ามีอเคเดมี่ท้องถิ่นสำหรับฝึกสอนฟุตบอล และฝึกหัดนักเตะหลากหลายวัยและเพศจากท้องถิ่น ถึง 12 อะเคเดมี่ทีเดียว ยกตัวอย่าง เช่น ทีมหญิง ทีมนักเตะของโรงเรียน โดยที่ทั้งหมด ใช้สถานที่และสถานอำนวยความสะดวกในการเทรนแห่งเดียวกันทั้งหมด คือ สปอร์ต เซ็นเตอร์ ดานี่ จาเก้ ประจำสโมสร ตลอด 100 ปี ของสโมสร เอสปันญ่อล ยังได้สร้างและภาคภูมิใจในนักเตะชื่อดังมากมายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น นายทวารชื่อ ริคาร์โด ซาโมร่า และแม้แต่ อัลเฟรโน่ ดิ สเตฟาโน ที่รู้จักกันดีก็มาจากเอสปันญ่อลเช่นกัน นอกจากนั้น ก็ยังมี คูบาล่า และ เอ็นโคโน จากแอฟริกันด้วย

ความสำเร็จของสโมสรในการเล่นฟุตบอลของ แม้ว่าจะไม่ได้แชมป์ใหญ่ๆในรายการไหนในยุโรปหลายปีแล้ว แต่ก็ยังถือว่ามีการเล่นมุ่งมานะพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางในการเข้าลุยทางไปยังนัดชิงชนะเลิศ ของ “ยูฟ่า คัพ ในปี 2006-2007” ก็ถือว่าน่าทึ่งเอาการพอสมควรเลย โดยพวกเค้าเริ่มจาก การเล่นในนัดแบ่งกลุ่ม โดนจับให้อยู่ในกลุ่ม F กับทีมใหญ่พอสมควร เช่น อาแจ็กซ์ จากฮอลแลนด์ทีมระดับตำนาน และยังมี ทีมจากออสเตรีย อย่าง ออสเตรีย เวียนนา และก็ สปาตาร์ ปราก จากเช็ค พร้อมทีมเล็กๆจากเบลเยี่ยมอีกทีม โดย Espanyol ก็เอาชนะได้ทุกทีมตอนเจอกัน คว้าแชมป์กลุ่มได้อย่างสวยงามจนรอบต่อไปเจอกับ ทีมลิวอร์โน จากอิตาลีในรอบ 32 ทีม ที่เกือบไม่รอดในตอนแบ่งกลุ่ม ทำให้เอสปันญ่อลยำเอาชนะไปได้ด้วยคะแนนรวม 4-1 สบายๆไป และรอบต่อมาโดนจับสลากเจอกับ ทีมจากอิศราเอลอย่าง แมคคาบี้ ไฮฟา และหลังจากที่ออกไปยันเสมอ 0-0 ที่แดนไกลได้แล้วก็กลับมายำคาบ้านถึง 4-0 ทำให้ ณ ตอนนี้หลายๆคนเริ่มมองเห็นแล้วว่า สโมสรนี้มีโอกาสไปถึงรอบชิงได้ไม่ยากเย็นเลย ซึ่งในปีนั้น จัดกันที่ ประเทศสก็อตแลนด์ สนาม เฮมป์เด้น พาร์ค ด้วย และก็ต้องเจอตอทันทีในรอบต่อไป เพราะว่าคู่แข่งไม่ใช่ใครเป็น เบนฟิก้า แชมป์ 2 สมัยจากโปรตุเกสทีเดียวและ แม้ว่าจะเปิดบ้านยิงนำไปก่อน 3-0 ในช่วงเวลาแรก แต่ทว่าในเกมเอาคืน เบนฟิกาไม่ยอมและโชว์ความเก๋าเกือบไล่ตีเสมอได้ด้วยสกอร์ 3-2 ทำให้จบเกมเกือบโดนเสมอ ต้องหอบตัวเองไปยันเสมอกันให้ได้ในเกมเยือน และก็ทำได้จริง ต้านทานไว้เต็มที่ 0-0 ทำให้ในคะแนรวมเอาชนะไปได้ ไม่ต้องต่อเวลากันในที่สุด

เมื่อเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายคู่แข่งก็ยากขึ้นไปอีกเมื่อต้องเจอกับ เบรเมน จากเยอรมัน แต่ตอนนี้เอสปันญ่อลไม่กลัวใครอีกแล้ว ระเบิดฟอร์มที่มั่นใจจนทำให้ยิงนำไป 3-0 เมื่อจบเกมแรก เท่านั้นไม่พอ ยังไปย้ำแค้นอีกรอบใส่เบรเมน 2-1 ในรอบแก้ตัวได้ทำให้ชนะรวด เข้าชิงชนะเลิศ ล้างความสงสัยในใจของแฟนบอลนักวิจารณ์ฟุตบอลทุกคนได้เรียบร้อย ตอนนี้คู่แข่งในนัดชิงตัดสินแชมป์ที่รอในรอบนี้อยู่ คือ ใครที่น่าปะหลาดใจไปไม่ได้ อย่างทีมจากบ้านเดียวกัน อย่าง เซบีย่า และเมื่อต้องมาจากบ้านใกล้เรือนเคียงเกมชิงจึงสูสีมากยิงกันเสมอไปกัน 2-2 และต้องถึงเวลาดวลจุดโทษในที่สุด และโชคก็ไม่เข้าข้างเอสปันญ่อลเลย เมื่อแพ้จุดโทษวัดใจไป 3-1 อย่างน่าเศร้า หลังจบทัวร์นาเม้น เอสปันญ่อล กลายเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์บอลถ้วยนี้ ที่ไม่แพ้ใครเลยตลอดการแข่งขันสักเกม แต่กลับลงเอยไม่ได้แชมป์อย่างน่าเจ็บปวด เท่านั้นไม่พอ ดาวยิงของทีมอย่างกองหน้าอุรกวัย ที่โด่งดังอย่าง วอลเตอร์ ปันดิอานี่ ที่มีฉายาน่ากลัวมากว่า เอล ไรเฟิล นั้นเป็นดาวยิงสูงสุดของรายการนี้ยิงไปมากที่สุดแต่ไม่ได้แชมป์เช่นกัน

นักเตะที่ตำนานที่แจ้งเกิดกับสโมสร มีกองหน้าระดับดังอย่าง เอล ไรเฟิล หรือมือปืนนักแม่นปืนไรเฟิล อย่าง ปันดิอานี่ ก็จริง แต่ว่าถ้าจพูดถึงลูกหม้อของเอสปันญ่อลของแท้ คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก ราอูล ตามูนโด้ ที่เล่นให้กับเอสปันญ่อล ยาวนานถึงนับสิบปีคือปี 1996 – 2010 นับเกมรวมกันทั้งหมด ถึง 380 กว่าเกม และยิงไปกว่า 150 ลูกตลอดการเล่นที่นี่ และถือได้ว่าเค้าเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรไปเลย เมื่อเรียกชื่อทีมก็ต้องมีชื่อเค้าตามมาทันทียังไงยังงั้น และเค้าก็สวมปลอกแขนกัปตันทีมประจำด้วยตลอดเวลาหลายสิบปีนี้ คว้าแชมป์บอลถ้วยไป 2 ถ้วย โคปา เดลเรย์ และจำนวนที่เค้ายิงประตูให้ก็ไม่มีใครยิงชนะเลยเป็นตัวเลขสูงสุดอีกด้วย เนื่องจากเค้าเป็นเด็กปั้นที่ไต่เต้าขึ้นมาจากระดับเยาวชน เป็นผลผลิตแท้ๆของเอสปัญญ่อลเลย ทางสโมสรได้ใช้สีเหลืองแดง เป็นสัญลักษณ์และชุดฟอร์มของสโมสรก่อนในตอนแรก เพราะว่าเพื่อนของเจ้าของสโมสรทำธุรกิจผ้าใยถักทอ และเผอิญเหลือผ้าสีนี้พอดีให้ใช้ แต่ในที่สุดโลโก้และสีเสื้อก็เปลี่ยนมาเป็นสีขาวฟ้าตามที่อ่านตอนแรก เพราะว่าเป็นสีที่เลือกจากพระบรมราชูปถัมด้วย เหมือนกับรูปมงกุฎแห่งสเปนด้านบนวงกลมและชื่อที่พิมพ์ล้อมรอบโล่นี้ ที่เรียกว่า ซิซิเลียน อราโกเนส เป็นชื่อของนายพลเรือที่ล่องเรือในทะเลเมดิเตอเรเนียน ปกป้องอณาเขตให้กับประเทศในยุคกลาง

ฉายาประจำสโมสร : Mágico

สนามฟุตบอลของทีม : RCDE Stadium

ผู้จัดการทีมคนล่าสุด (มีนาคม 2018) : Quique Sánchez Flores

นักเตะเอสปันญ่อล