แอตเลติก บิลเบา ( ATHLETIC BILBAO )

ATHLETIC BILBAO

แอตเลติก บิลเบา” หรือ แอตเลติก คลับ จากเมืองบิลเบาประเทศ สเปน เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1898 และเป็นสโมสรที่มีชื่อมีเชื้อสายรากฐานมาจากแคว้นบาสก์และมีความสำคัญประวัติศาตร์มายาวนานกับลีก ลาลีกา สเปน เช่นเดียวกับสโมสรชื่อดังอื่นๆไม่แพ้กันเลยนอกจากนั้นพวกเค้ายังมีฝีเท้าและผลการแข่งขันระดับการเล่นฟุตบอลที่ดีมีคุณภาพคงเส้นคงวามาตลอดในสมัยยุคต่างๆเช่นกันและสาเหตุที่พวกเค้าได้รับสมญานามว่า “สิงโต” ตำนานกล่าวในตอนแรกเริ่มนั้นสโมสรถูกสร้างขึ้นพร้อมกับสนามกีฬาสำหรับการแข่งขันใกล้ๆกับ โบสถ์คริสต์ แห่งหนึ่งชื่อ ซาน มาเมซ ที่มีนักบุญแมเมซเป็นผู้นำซึ่งโบสถ์แห่งนี้เมื่อดูตามประวัติแล้วนักบุญคนนี้ถูกชาวโรมันสมัยก่อนประหารชีวิตโดยการโยนให้กับสิงโตกินจึงเป็นที่มาของการเรียกว่าโบสถ์สิงโตหรือสโมสรสิงโตตามกันมานั่นเอง สโมสรชื่อดังอย่าง แอตเลติก บิลเบา มีความน่าสนใจตั้งแต่เรื่องแรกของสโมสรเองก็คือพวกเค้าเป็นเพียง 1 ใน 3 สโมสรของประเทศสเปนที่ไม่เคยตกชั้นเลยสักหนเดียวตลอดการเล่นในลีกสูงสุดเหมือนกับอีกสองทีมของสโมสรชื่อดังที่จะเป็นเจ้าไหนไปไม่ได้นอกจาก เรอัล มาดริด กับ บาซ์เซโลน่า สองยักษ์ใหญ่ตลอดการแห่ง ลาลีกา สเปน ซึ่งในอดีต แอตฯบิลเบา สามารถคว้าแชมป์ลีก ลาลีก้า สเปน มาครองนับวันเวลาที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบันนับรวมกันแล้วได้ถึง 8 สมัยด้วยกันและยังมีอันดับคว้าแชมป์มากที่สุดติดอยู่ที่อันดับ 4 ของลีกเมื่อนำทุกทีมในสเปนมาเรียงลำดับถ้วยแชมป์ในมือกันแล้วนอกจากนั้นหากคิดถึงจำนวนถ้วยของศึก โคปา เดล เรย์ แล้วพวกเค้ามีถ้วยรายการนี้ในมือมากเป็นอันดับ 2 ของ ประเทศสเปนอีกด้วยโดยเป็นรองเพียงแค่ บาร์ซ่า ทีมเดียวเท่านั้นที่ได้ถ้วยรางวัลไปเบาะๆ 24 ถ้วยรวมทั้งหมดด้วยกัน อีกเรื่องที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่แต่อยากจะหยิบยกมาให้ได้เห็นกันนั่นคือ แอตเลติก บิลเบา มีทีมฟุตบอลสโมสรหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลหญิงของประเทศสเปนเพราะว่าพวกเธอได้แชมป์ลีกบอลหญิงสเปนไปมากถึง 5 สมัยด้วยกันเรียกได้ว่าเก่งทั้งบอลชายและบอลหญิงน่าอิจฉาเลยทีเดียว

สโมสร บิลเบา มีชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งคือการเคร่งครัดยึดกับนโยบายการสร้างเด็กท้องถิ่นหรือความเป็นนักปั้นชาวบาสก์ที่มาจากสายเลือดชาวเมืองตัวเองรวมทั้งเด็กชาวบาสก์จากเมืองใกล้เคียงอื่นๆแต่ต้องมีสายเลือดชาวบาสก์จริงๆเท่านั้นถึงจะให้ผลักดันขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมเสมอหรือเรียกว่า นโยบาย คานเทร่า นั่นเองยกตัวอย่างนักเตะดังๆที่อยู่ในขอบข่ายนี้เช่น โฆเซบ้า เอ็ทเซเบเรีย ตัวทีมชาติสเปน หรือ ฆาบี้ มาร์ติเนซ ที่กำลังเล่นให้กับทีมชาติและสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน หลายปีและกำลังโด่งดังในตอนนี้เช่นกัน Atletic Bilbao นั้นที่จริงแล้วเรียกว่าทุ่มเงินและลงทุนกับการปั้นเด็กชาวบาสก์ให้ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเลยดีกว่าและแคว้นบาสก์เหล่านี้ก็มีมากมายเช่น เมือง บิสเกย์ และ จิปูซโกอา และ อาลาบ้า รวมไปถึงบางเมืองแถบชานประเทศฝรั่งเศษที่มีเชื้อสายด้วยเลยทีเดียวการทำแบบนี้ตั้งแต่ปี 1912 ทำให้สโมสรได้ตัวนักเตะที่ตรงกับเงื่อนไขที่ต้องการด้านต่างๆมากมายทั่วยุโรปแม้บางครั้งต้องทำเอกสารมากมายซึ่งนโยบายเช่นนี้ก็ทำให้สโมสรได้ทั้งเสียงแห่งความชื่นชมและคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยมาพร้อมๆกัน ทั้งทางด้านหลักการเรื่องความจงรักภักดีและด้านเหยียดสีผิวเหยียดเชื้อชาติทำนองนั้นเช่นกัน

ตามประวัติสโมสรที่มีฉายานามว่า สิงโต มีคู่แข่งตัวฉกาจหรือสโมสรคู่อริของตัวเองอยู่เหมือนๆกันซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากทีม เรอัล โซเซียดาด ทีเวลาเจอกันก็ถูกเรียกการแข่งขันนัดนั้นว่าดาร์บี้แห่งแคว้นบาสก์ที่โด่งดังไม่แพ้ดาร์บี้แมชต์ของประเทศไหนๆเลยทีเดียวแต่บางทีก็อาจรวมเอาทีม ราชันชุดขาว ว่าเป็นอริได้คล้ายๆเช่นกันถึงแม้ว่าจะไม่ดุเดือดเข้มข้นเท่ากับ โซเซียดาด มากเท่าไหร่แต่เป็นเพราะนโยบายด้านการกีฬามากกว่าดังนั้นอีกความเด่นของคลับ สิงโต นี้ก็คือพวกเค้าเป็นอีก 1 ใน 4 สโมสรที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสโมฟุตบอลอาชีพที่ไม่ได้จดทะเบียนในรูปของบริษัทและองค์กรใดๆแต่ว่าเป็นรูปเจ้าของสิทธิอยู่ในมือของสมาชิกเต็มๆหรือพูดง่ายๆก็คือความเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คนธรรมดาๆนั่นเองและซึ่งมีอีก 3 ทีมที่เป็นสโมสรกรรมสิทธิ์ของคนทั่วไปก็คือ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ตามด้วย โอซาซูน่า อีกทีมหนึ่งเท่านั้น

ความสำเร็จของสโมสร

สโมสรเริ่มต้นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของตัวเองเมื่อปี 1903 เมื่อพวกเค้าได้แชมป์แรกมาครอบครองซึ่งก็คือฟุตบอลรายการ โคปา เดล เรย์ แต่ถ้าจะย้อนไปนิดหน่อยก็ต้องบอกว่าพวกเค้ามีเจ้าของเป็นชาวอังกฤษตอนริเริ่มแรกๆ โดยที่พวกชาวผู้ดีเหล่านี้มาจากแดนไกลเพื่อทำงานในเมืองอุตสหกรรมและบ้างก็มาเรียนหนังสือในฐานะนักเรียนนักศึกษา เช่น ด้านเหมืองแร่ / กรรมกร / อู่ท่าเรือ / นักเรียนนอก ช่วงท้ายๆทศวรรษ จะต้องนั่งเรือมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ เช่นเมือง ซันเดอร์แลนด์ หรือ เซาท์แธมป์ตัน และแม้แต่ ปอร์ทสมัธ ด้วยและที่น่าสนใจคือเมื่อชาวต่างถิ่นเหล่านี้เริ่มเล่นบอล พวกเค้าร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกันแบบฟุตบอลไร้พรมแดนไร้ภาษากันกับลูกหลานชาวบาสก์ที่ไปเรียนเมืองนอกที่ดินแดนผู้ดีอังกฤษแล้วกลับมาเตะบอลกันเวลาเดียวกันพอดีการพัฒนาความชอบแบบเดียวกันที่มีต่อฟุตบอลเช่นนี้ ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและแล้วในปี 1898 เองที่พวกเค้าเริ่มตั้งสโมสรชื่อ แอตเลติก คลับ ขึ้นมาก่อนแถมยังใช้ภาษาอังกฤษสะกดแบบชัดเจนถูกต้องเลยและเมื่อมีการรวมทีมการแบบทางการขึ้นมาหน่อยจึงจัดตั้งกฎและข้อเรียกร้องต่างๆอย่างชัดเจนแล้วพวกเค้าก็เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลถ้วย โคปา เดล เรย์ เลยทันทีจนได้แชมป์แรกในเวลาต่อมาอย่างที่ทราบ ต่อมาตอนในช่วงปี 1903 นี้เองที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวยก็มีนักเตะกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นชาวบาสก์บางคนแยกตัวไปตั้งอีกสโมสรหนึ่งที่ต่อมารู้จักกันในนามว่า แอตเลติก มาดริด นั่นเองนอกจาก แอตเลติก บิลเบา เกร็ดความรู้เพิ่มเติมคือสโมสรเชื้อสายบาสก์ยังรวมถึง เรอัลโซเซียดาด / อลาเบส หรือ เรอัล ยูเนียน และ อาเรนาส ทีมเล็กอื่นๆ ซึ่งตอนแรกก็เคยได้เข้าแข่งขันในลีกสูงสุดพร้อมกันอีกด้วยดังนั้น ทั้ง 5 สโมสรในช่วงแรกมีคำขวัญที่ฟังดูเหมาะกับสภาพการที่ว่า “ด้วยนักเตะเยาวชนที่โตจากท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลพวกเราสโมสรไม่ต้องการนำเข้านักเตะจากที่อื่นใดๆทั้งสิ้น”

ในปี ช่วง 1921 สโมสรก็เริ่มประสบความสำเร็จแบบเต็มที่อีกครั้งเมื่อมีหัวหน้าโค้ขชาวอังกฤษเข้ามาดูแลชื่อนาย เฟรด เพนท์แลนด์ เพราะว่าไม่เพียงเค้าจะนำทีมได้แชมป์ โคปา เดล เรย์ อีกรอบแต่เค้ายังทำการปฎิวัติการเล่นบอลของทั้งทีมนั่นก็คือการนำเอารูปแบบการจ่ายบอลสั้นๆเพื่อทำให้เกมและการเล่นบอลออกสวยงามและเป็นแทคติคที่นำมาใช้ทำให้ทีมประสปความสำเร็จจนได้แชมป์ต่างๆมากมายในปี 1930-1931 และไม่นับการเป็นรองแชมป์ของรายการอื่นๆอีกเพียบแต่หลังจากนั้น Athletic Bilbao ก็มาถึงช่วงซบเซาเช่นกันในยุคปี 1960 เพราะว่าตอนนั้นลีก สเปน โดนครอบครองเบ็ดเสร็จจากทีมมหาอำนาจลูกหนังนั่นก็คือ ราชันชุดขาว จึงทำให้ต้องหลบไปได้เพียงแค่บอลถ้วยเพียงครั้งเดียวและสมัยถัดมาอย่าง 1970 ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เพราะว่าได้บอลถ้วยเท่านั้นเหมือนกันและแม้ว่าจะได้เข้าชิงบอลถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่า คัพ พวกเค้าก็ต้องทำถ้วยหล่นไปต่อหน้าต่อตาในนัดชิงเพราะว่าแพ้ให้กับ ยูเวนตุส ทีมสโมสรชื่อดังแห่งศึก กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ด้วยกฎประตูทีมเยือนนั่นเองวันเวลาผ่านไป สโมสรสิงโต กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี 1981 ตอนที่ได้โค้ชผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ฮาเวีย คลีเมนต์ มาคุมทีมและก็ดังระเบิดเป็นพลุแตกเพราะว่าได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกุนซือยอดเยี่ยมตลอดการของสโมสรเลยก็ว่าได้เพราะว่าตลอดประวัติศาสตร์ของเขากับสโมสรนั้นพาทีมได้แชมป์ ลาลีก้า สเปน และ แชมป์บอลถ้วยกลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์อีกด้วยส่วนการเล่นตอนนั้นก็ค่อนข้างจะดุดันก้าวร้าวต่างจากการเล่นในสมัยอื่นๆพอหลังจากนั้นในปี 1998 สโมสรเริ่มปรับนโยบายด้านการเล่นและเซ็นนักเตะให้ยืดหยุ่นลงหน่อยคือการซื้อนักเตะจากเชื้อสายอื่นๆหรือที่ไม่ใช่ชาวบาสก์มาร่วมทีมบ้างจนถึงปัจจุบันสโมสร บิลเบา มีทั้งความสำเร็จและการเสี่ยงต่อการตกชั้นผสมผสานปะปนกันไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่เคยตกชั้นเสียที

นักเตะที่เป็นตำนานและแจ้งเกิดกับสโมสร

เมื่อดูถึงความสำเร็จแล้ว บิลเบา ยังมีนักเตะชั้นดีมากมายที่แจ้งเกิดได้กับสโมสรโดยเฉพาะชาวเมืองเชื้อสายบาสก์แต่นักเตะที่ได้รับความนิยมและมีฝีเท้าดีตั้งแต่เป็นวัยหนุ่มจนสร้างชื่อเสียงได้และได้รับการเรียกไปติดธงทีมชาติสเปนในช่วงหลังๆนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อาริตซ์ อาร์ดูอิส นั่นเอง กองหน้าดาวยิงคนนี้อยู่กับบิลเบามา 2 ช่วงด้วยกันคือระหว่างปี 2000-2004 และล่าสุดอีกครั้งเมื่อกับมาในช่วงปี 2006-2008 จนย้ายออกไปๆมาๆและล่าสุดตั้งแต่ปี 2012- 2018 ซึ่ง ณ เวลานี้ทำให้เค้าอยู่กับสโมสรรวมกันแล้วถึง 12 ปีเล่นไปมากถึง 4-500 เกมเลยทีเดียวไม่นับประตูที่อาจยิงให้บิลเบาไปแล้วมากถึง 150 ลูกแถม อาร์ดูอิส ได้ชื่อว่ามีฝีเท้าเนียนในการจับบอลแรกได้ดีมากๆและยังมีทักษะการยิงประตูที่ดีที่สุดคนหนึ่งและยังมีลูกกลางอากาศที่ทำได้ดีในการโหม่งไม่แพ้กันถึงแม้ประวัติจะเล่าว่าครอบครัวของนักเตะรายนี้ตอนแรกอยากให้เขาไปเล่นอย่างอื่นเช่น การเล่นโต้คลื่นแต่เค้าก็ตัดสินใจเลือกกีฬาฟุตบอลและเข้าสู่ทีมเยาวชนจนได้รับการปลุกปั้นมาพร้อมพวกระดับนักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง อาร์เตต้า หรือ ซาบี้ อลอนโซ่ จนเค้าย้ายไปย้ายมาหาความท้าทายใหม่หรือมีปัญหาบ้างแต่เขาก็มีอายุมากขึ้นต้องจึงสู้กับการแย่งตำแหน่งในทีมกับน้องหน้าใหม่ๆอย่าง ญอเรนเต้ แต่ในที่สุดเค้าก็ยังอยู่กับทีมและต่อสัญญาระยะสั้นออกไปเรื่อยๆหลังจบในแต่ละฤดูกาลและยังมีความสำคัญเป็นตำนานของทีมมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

เกร็ดความรู้ของ โลโก้ สโมสร

แอธฯ บิลเบา อย่างที่ทราบไปแล้วนั้นมีสัญลักษณ์บนตราเป็นรูปโบสถ์ที่ก่อตั้งใกล้ๆขึ้นในช่วงนั้นและในโล่ห์ยังมีสีแดงขาวใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำด้วยซึ่งสีนี้ใบ้ให้เบาๆว่านักเตะชาวอังกฤษตอนนั้นไปแอบเลียนแบบสีที่เห็นมาจากเมือง เซาท์แธมป์ตั้น สโมสรนักบุญในอังกฤษนั่นเองนอกจากนั้น พวกเค้ายังเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่ไม่ได้ใส่พวกสปอนเซอร์เข้าไปในชุดแข่งขันหรือตราสโมสรเลยต่อมาหลังการเปลี่ยนแปลงออกแบบใหม่บ่อยครั้งพวกเค้าก็ยังใช้ไอเดียเดิมคือเอาธงชาวแคว้นบาสก์มาปรับใส่เข้าไปด้วยจนใกล้เคียงกับทุกวันนี้มาก

ฉายาประจำทีม : The Lions (สิงโต)
สนามเหย้าปัจจุบัน : ซานมาเมส (บิลเบา)
กุนซือผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน (ฤดูกาล 2017-2018) : กูโก้ ซิกานด้า

Aritz Aduriz