โจเซฟ เดฟ โกเมซ ห้องเครื่องแนวรับดาวรุ่งพุ่งแรง

โจเซฟ เดฟ โกเมซ ห้องเครื่องแนวรับดาวรุ่งพุ่งแรง

โจเซฟ เดฟ โกเมซ เกิดวันที่ 23 พฤษภาคม 1997 เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ ที่เล่นในตำแหน่งกองหลังให้ลิเวอร์พูล และติดทีมชาติอังกฤษแล้ว เขาเริ่มต้นลงสนามกับชาร์ลตัน แอธเลติกด้วยวัย 17 ปีได้ลงสนามเต็มฤดูกาลก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนมิถุนายน 2015 โกเมซได้ลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษ โดยลงสนามทุกนาที รายการนั้นอังกฤษชุดยู17 สามารถชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2014 ได้ เขาได้ลงสนามเกมชุดใหญ่ทีมชาติอังกฤษ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 เมื่อมีอายุ 20 ปี

เส้นทางสู่ระดับสโมสร

ชาร์ลตัน แอธเลติก

โกเมซ เกิดที่ แคทฟอร์ด ลอนดอน พ่อของเขาเป็นชาว แกมเบีย แม่เป็นคนอังกฤษ เขาร่วมทีม อคาเดมี่ ใกล้กับสโมสร ชาร์ลตัน ด้วยอายุเพียง 10 ปี เขาลงสนามเกม ยู 18 ในนัดแรกด้วยวัย 13 ปี นอกจากนี้ยังมีหลายสโมสรสนใจอยากจะได้ตัวเขาไปร่วมทีมเขาลงสนามให้ชาร์ลตันในระดับฟุตบอลอาชีพเมื่อเดือนตุลาคม 2014 และลงสนามเกมชุดใหญ่ในฟุตบอลลีก คัพ เกมที่ชนะ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 4-0 ที่ เดอะ วัลเล่ย์ (วันที่ 12 สิงหาคม 2014) เขาได้ลงสนามในตำแหน่งแบ๊กขวาเต็มเกม 90 นาทีด้วย, อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาได้ลงสนามฟุตบอลลีกเกมที่เปิดบ้านพบ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในฟุตบอลเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลแรกกับทีมเขาลงสนาม 24 นัด โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 18 นัด เขาได้ลงสนามทั้งแบ๊กขวาและเซนเตอร์ ฮาล์ฟ (ตำแหน่งที่เขาชอบมากกว่า) และทำผลงานได้ดีมากๆจนไปเข้าตาแมวมองของทางฝั่ง เดอะ ค็อบ จนได้ในเวลาต่อมา

สโมสร ลิเวอร์พูล

โกเมซ ลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ประเดมฤดูกาลปี 2017 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2015 ในทีมระดับลีกชั้นสูงสุดของอังกฤษ อย่าง เวที พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ตกลงเซ็นสัญญาคว้าตัวกองหลังดาวรุ่งรายนี้เขาร่วมทีม ด้วยระยะสัญญาเป็นเวลา 5 ปี ด้วยค่าตัวแค่เพียง 3.5 ล้านปอนด์ เขาลงสนามเกมแรกที่พบกับทาง สโต๊ค ซิตี้ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม อโดยออกสตาร์ทในตำแหน่งแบ๊กซ้ายให้กับทีม ส่งผลให้วันนั้นพาทีมชนะ ช่างปั้นหม้อไปได้ 1-0 ซึ่งเป็นการจ่ายบอลไปให้ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ เป็นคนทำประตูชัยในนาที 86 ต่อมา วันที่ 13 ตุลาคม 2015 โกเมซ เจ็บต้องเข้ารับการผ่าตัด ในนัดที่เล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ชุด ยู21 หนึ่งปีต่อมา โกเมซ กลับมาลงสนามทีมชุดใหญ่ในวันที่ 13 ตุลาคม 2016 โดยเกมนั้นเขาลงเล่น 45 นาที ในเกมกระชับมิตรวันที่ 8 มกราคม 2017 โกเมซ ได้ลงสนามเกมแรกอีกครั้งให้กับทางต้นสังกัดอย่าง ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา เป็นเกม เอฟเอคัพ ที่ทำได้เพียงแค่เสมอกับ พลีมัธ อาร์ไกล์ ไป

ฤดูกาล 2017/18

วันที่ 23 สิงหาคม 2017 โกเมซลงประเดมิสนามในฟุตบอลสโมสรยุโรป เกมที่ลิเวอร์พูลชนะโฮฟเฟ่นไฮม์ 4-2 ในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ (แทนที่นาธาเนียล ไคลน์ที่ได้รับบาดเจ็บ) โกเมซเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ๊กขวา ของครึ่งฤดูกาล 2017/18 ซึ่งเขาได้เล่นเกมที่พบอาร์เซนอลและแมนยู โดยเฉพาะเกมที่ชนะอาร์เซนอล 4-0 เขาแอสซิสต์ประตูแรกให้เพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาได้รับคำชมอย่างมากจากแฟนบอลเป็นอย่างมาก ปลายเดือนมีนาคม 2018 สโมสรลิเวอร์พูล ประกาศอย่างเป็นทางการว่า โจ โกเมซ จะพลาดลงสนามให้ทีม หงส์แดง 2-3 เกม หลังจากเจ็บมาจากเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรของทีมชาติ , เดือน พฤษภาคม 2018 โกเมซ เจ็บจนต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้า ซึ่ง ลิเวอร์พูลแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ว่า โกเมซ จะไม่ได้ลงสนามให้ทีมในเกมสุดท้ายของฤดูกาล รวมถึงฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก 2018 นัดชิงชนะเลิศ รวมทั้งหมดแล้ว โกเมซลงสนามให้ลิเวอร์พูล 31 นัดในฤดูกาล 2017/18

ฤดูกาล 2018/19

เนื่องจากความฟิตของกองหลังตัวหลักอย่าง เดยัน ลอฟเรน และ โจเอล มาติ๊ป ยังไม่ค่อยหายดี โจ โกเมซ จึงถูกเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นกองหลังตัวกลาง ให้ทีมลิเวอร์พูล ร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังชาวดัตช์, เขาได้รับคำชมอย่างมาก และได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์เกมที่ชนะ เลสเตอร์ 2-1 วันที่ 1 กันยายน เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้ทีมจนกระทั่งเดือนธันวาคมในเกมพรีเมียร์ลีก ที่พบ เบิร์นลี่ย์ จากอาการขาหัก โดยถูกเข้าปะทะจาก เบน มี ซึ่งช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจ ส่งโจ โกเมซ เข้ารับการผ่าตัดเพื่อให้หายจากการบาดเจ็บถาวร

เกมระดับชาติ

โจ โกเมซ ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดยู 16, ยู17 และยู 19 ตามลำดับ เดือนพฤษภาคม 2014 เขากลายเป็นส่วนสำคัญที่พาทีมชาติอังกฤษ ยู17 คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร ยู17 ปี 2014 โดยได้แชมป์ที่มอลตา เขาลงสนามทุกนาที และทุกเกม (5นัด ) ซึ่งเขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ วันที่ 25 สิงหาคม 2015 เขาได้รับเลือกให้ติดทีม ชุดยู 21 วันที่ 30 สิงหาคม 2017 โกเมซได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม อังกฤษยู 21 และเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลยูโร 2019 รอบคัดเลือก เขาได้รับเลือกให้ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 เขาได้ลงสนามทีมชาติอังกฤษเกมแรก นัดพบเยอรมัน ที่สนามเวมบลีย์ในเกมกระชับมิตร โดยเขาได้ลงสนามเป็นตัวสำรองแทนที่ฟิล โจนส์เกมนั้นเสมอ 0-0 โกเมซเป็นแมนออฟเดอะ แมตช์ เกมต่อมาที่แข่งกับบราซิล โดยเกมนั้นเขาได้รับมอบหมายให้ประกบเนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิลด้วยวันที่ 16 พฤษภาคม 2018 เขาเจ็บต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย อย่างน่าเสียดาย

สไตล์การเล่น

โกเมซ จริงๆแล้วชอบเล่นกองหลังตัวกลางมากกว่า แต่ว่าเขาก็ยังเล่นฟูลแบ๊กได้ทั้งสองฝั่ง เขาเป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ สไตล์การเล่นของเขาถูกนำไปเปรียบกับริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ซึ่งเขาน่าจะเก่งได้มากกว่านี้อีก โจ โกเมซ ยังมีความเร็วเหมาะที่จะเป็นนักวิ่งด้วยเขาเหมาะกับสไตล์การเล่นแบบเคาน์เตอร์ แอทแท็คมาก ด้วยการวิ่งที่รวดเร็วของเขา เขาสามารถฉีกกองหลังคู่แข่งเป็นวิ่นๆ ได้