โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah Ghaly)

Mohamed Salah

ณ ฤดูกาล 2017-2018 ของพรีเมียร์ลีก คงไม่มีใครที่ชอบดูบอลหรือมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าแฟนบอลคนไหนในโลกไม่รู้จักนักเตะชาวอียิปต์คนนี้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ คือหนึ่งในผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมที่สุด มีผลงานการยิงประตู/จ่ายบอล ในฐานะตัวรุกที่คงเส้นคงวาที่สุดในฤดูกาล 2017-2018 เมื่อเปรียบเทียบกับทั่วยุโรปลีกต่างๆตัวต่อตัวแล้ว เขาทำลายหลายสถิติไว้อย่างราบคาบจนถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็น เมซซี่แห่งอียิปต์ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Mohamed Salah Ghaly เป็นชาวอียิปต์แท้ๆ ทางอียิปต์นี้จริงๆแล้วมาจากทวีปแอฟริกา หาใช่เอเชียอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ ดังนั้น ซาลาห์ถือว่าเป็นนักเตะชาวแอฟริกันเพียงไม่กี่คนที่เดินทางมาจากแดนไกล และมีโอกาสเล่นให้กับสโมสรดังๆทั่วทวีปยุโรปหลากหลายลีกต่างๆ รวมถึงทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล

ผลงานถือว่าทำได้เยี่ยมในทุกๆทีมในแต่ละประเทศ เขาพิสูจน์ความแกร่งในเวลาเพียงฤดูกาลแรกฤดูกาลเดียวในสีเสื้อเครื่องจักรสีแดง ลิเวอร์พูล ก็สามารถพิสูจน์ตัวว่าเป็นขวัญใจหมายเลขหนึ่งของสโมสรได้ ไม่แตกต่างกันเลยกับ ตำนานยุคก่อนๆ อย่าง ตอร์เรส หรือ หม่อมเหยิน ซัวเรส เลยทีเดียว ซาลาห์ เริ่มต้นอาชีพนักเตะจากสโมสรท้องถิ่นชื่อ เอล โมคาวลูน ที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองไคโร ก่อนจะย้ายไปยุโรปเข้าร่วมกับทีมแรกทดสอบของจริงอย่างสโมสร บาเซิ่ล ทีมชื่อดังในสวิสเมื่อปี 2012 นี้เอง และหลังจากนั้นก็ถือได้ว่าเริ่มต้นการเดินทางเวียนสายเปลี่ยนทีมในลีกยุโรปแบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ในอังกฤษก่อน, ฟิออเรนติน่า ในอิตาลี, และโรม่าเมืองใกล้เคียง, ก่อนจะมาลงเอยกับหงส์แดงเมื่อกลับมายังอังกฤษอีกครั้ง ณ ปัจจุบันนั่นเอง

แต่ทว่าการเดินทางที่แสนยาวไกลของซาลาห์ หาใช่เรื่องราวธรรมดาไม่ กลับเป็นปฐมบทที่สามารถใช้สะท้อนหลักฐานของความมุ่งมั่นเพียรพยายามที่มีในตัวของเค้า และสิ่งนี้แหละที่เป็นสาเหตุทำให้ถึงได้กลายมาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลกเช่นนี้ได้อย่างดีเยี่ยม เมืองบ้านเกิด Mohamed Salah ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัสจากเมืองไคโร ที่เป็นยานพาหนะเดียวสำหรับเดินทางไกลถึง 100 กม. แถมยังเต็มไปด้วยประชาชนแน่นขนัดทุกๆวัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาถึง 2-3 ชั่วโมงทุกวันสำหรับชาวบ้าน หมู่บ้านของเค้าชื่อ นาจิริ เป็นหมู่บ้านที่เล็กมากๆ ถึงกับไม่มีป้ายชื่อหมู่บ้านที่ทางเข้าด้วยซ้ำ และถนนที่บ้านของซาลาห์อาศัยใช้เป็นที่เตะบอลข้างถนนสมัยยังเด็ก ก็เป็นถนนขรุขระข้างทางมีทุ่งข้าวปลูกเต็มไปหมด

ดังนั้น เมื่อดูจากระยะทางรวม 4 ชั่วโมงจากบ้านของครอบครัวเค้าไปจนถึงสโมสรที่เค้าเริ่มต้นเล่นด้วยอย่าง เอลโมคาวลูน (El Mokawloon) ในเมืองไคโร ซึ่งหนุ่มน้อยซาลาห์ต้องเดินทางทุกวันๆไปกลับเล่นฟุตบอล แล้วกลับมาอยู่กับพ่อแม่ตอนสิ้นวัน เราจึงเริ่มเห็นแล้วว่านักเตะหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีความพยายามแค่ไหนเพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิตบนเส้นทางกีฬา ในการสัมภาษณ์ชีวิต ซาลาห์เล่าว่าเค้าตกหลุมรักฟุตบอลตั้งแต่อายุประมาณ 7-8 ขวบเท่านั้น แถมตอนเด็กก็เป็นแฟนบอลประจำ นั่งดูการแข่งขัน ยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีกบ่อยๆ หลังดูเสร็จก็พยายามเล่นเลียนแบบ โรนัลโด จากบราซิล ซีดาน และต็อตติ ตอนที่ไปเล่นตามถนนกับเพื่อนๆ ผู้เล่นพวกนี้เป็นเหมือนมีเวทมนต์สำหรับเขาเสมอ แต่เพื่อนๆในชีวิตจริงของเค้าก็มีอิทธิพลมากทีเดียว เมื่อซาลาห์เล่าว่าเพื่อนรักของเค้าชอบเล่นฟุตบอลกันมากๆ และจะหาเวลาเล่นกันเสมอๆ มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ยังเป็นเพื่อนรักมาจนถึงทุกวันนี้เคยบอกกับเขาว่า “สักวันหนึ่งนายจะต้องกลายเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ”

แต่ก่อนที่เค้าจะยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าไม่ใช่ง่ายๆ ตอนสโมสรแรกที่ซาลาห์เข้าร่วมเสนอสัญญาให้เซ็นต์ตอนเค้าอายุ 14 ปีเค้าต้องไปฝึกซ้อมกับทีมสัปดาห์ละ 5 วัน ทุกๆสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมงตั้งแต่บ่าย 2 จนเลิก 6 โมงเย็น นั่นทำให้เค้าต้องไปโรงเรียนก่อนในตอนเช้าตรู่ และต้องไปขออาจารย์ที่โรงเรียนออกจากชั้นเรียนหลังเรียนไปแค่ 2 ชั่วโมง รีบไปขึ้นรถบัสที่ต้องเปลี่ยนคันเพื่อต่อสาย 3-4 ทอดทุกๆวันเพื่อจะไปถึงสนามได้ทันเวลา และหลังซ้อมเสร็จก็เดินทางกลับถึงบ้านดึกประมาณ 4 ทุ่มหรือ 5 ทุ่ม เพื่อจะกินข้าวก่อนเข้านอนด้วย เค้าบอกว่าทั้งหมดที่เค้าทุ่มเทเช่นนี้ เพราะตั้งใจที่จะเป็นนักฟุตบอลชื่อดังให้ได้ และความมั่นใจของซาลาห์ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นหลังอายุ 17 ตอนที่ได้เล่นกับทีมตัวจริงและในตอนนั้นเองที่เค้าตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดทุกวัน เพื่อทำให้ฝันเป็นจริงและก็ทำได้ในที่สุด

ตอนที่เค้าเล่นกับสโมสรแรก ซาลาห์เล่นไปเพียง 3 ฤดูกาลเป็นตัวจริงทั้งหมด 38 เกม ยิงไปเพียง 11 ถือว่าสวยงามแต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้างมากนัก แต่เมื่อเค้าย้ายไปยังไปเล่นในยุโรปสโมสรแรก บาเซิ่ล ได้เล่นถึงเกือบ 50 เกม ยิงไปเกือบ 10 ประตูด้วย หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนว่าการเดินทางเริ่มลำบาก เมื่อเค้าย้ายสโมสรที่สองไปยังเชลซี จากเกาะอังกฤษ ที่มียอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นคนทำทีม เค้ากลับได้เล่นเพียง 13 เกมตัวจริง และยิงได้แค่ 2 ลูกจิ๊บๆ เนื่องจากความจริงในตอนนั้น ทีมที่กำลังแย่งแชมป์อย่างเชลซีต้องการปีกขวามากๆ และมีการสลับเปลี่ยนซื้อตัวไปมาต่อเนื่องเพื่อจะหานักเตะที่ลงตัว และซาลาห์ก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น รวมทั้งการย้ายทีมช่วงปิดตลาดหน้าหนาวทำให้การปรับตัวทีมใหม่ทำได้ยาก และเวลาก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เค้าแสดงฟอร์มออกได้จึงล้มเหลวไปในที่สุด

ช่วงเวลาที่นำมาสู่การประสบผลสำเร็จและทำให้ซาลาห์เป็นที่รู้จักจริงๆน่าจะเริ่มต้นที่อิตาลี หลังจากที่เขาย้ายมายังสโมสรสีม่วง อย่าง ฟิออเรินติน่า ในสัญญาสลับข้างกันกับ ฮวน กัวดราโด ตอนนี้เองที่ซาลาห์ฉายแสงอย่างจริงจังเมื่อเค้า ทำหน้าที่ได้ดีกว่านักเตะโคลัมเบียนที่สลับตัวย้ายออกไปอย่างดีกว่าหลายขุม ทั้งการเล่น เชื่อมเกม และการยิงประตู เพราะว่าการเล่นที่เฉียบคมและดุดันกว่ามาก แต่ว่านี่ยังไม่ใช่สโมสรที่เค้าจะโตเต็มที่ เพราะหลังจากหมดสัญญาเค้าเลือกที่จะย้ายไปยังทีมโรม่าหมาป่าแห่งกรุงโรม ตอนนี้แฟนบอลในอิตาลีเริ่มรู้จักเขามากแล้ว และแฟนบอลโรม่าก็ดีใจมากๆเมื่อได้ดาวยิงตัวเทพร่วมทีม ซาลาห์พิสูจน์ทันทีว่านี่เป็นการย้ายที่คุ้มสุด เมื่อการเล่นที่โรมทำให้เค้ายิงประตูได้มากกว่าทุกๆที่ๆผ่านมา แถมยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันทีมยามเล่น โดยเฉพาะเกมรุก เขาดังสุดเมื่อยิงประตูชัยใส่ยูเวนตุสในเกมสำคัญ

จนในที่สุดหงส์แดงลิเวอร์พูลก็ซื้อเค้าไปด้วยค่าตัวสถิติสโมสร พร้อมกับความหวังในเกมรุกที่จะเข้ามาเพิ่มมิติให้กับเครื่องจักรสีแดง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเค้าทำได้ดีขึ้นไปอีกกว่าตอนอยู่กับโรมาทั้งด้านตัวเลขต่างๆ และความสวยงามในการประสานงานกับตัวรุกคนอื่นๆ และที่สำคัญสีสันแห่งทักษะ ลีลา หรือความน่าทึ่งในแต่ท่วงท่าของการยิงประตู ได้ทำให้แฟนบอลอังกฤษทั้งในไทยและเทศได้มีความสุขเสมือนว่ามีเมซซี่มาเล่นให้เห็นเองจริงๆ แน่นอนว่าจุดเด่นของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่เห็นชัดที่สุดคือสปีดความเร็ว เนื่องจากมีฝีเท้าจัดจ้านตั้งแต่ยังเล็ก และเริ่มการเล่นบอลจากตำแหน่งตัวรุกกึ่งปีกมาตลอด เค้าจึงถือว่าเป็นนักเตะที่ชอบเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว แต่สิ่งที่แตกต่างกับตัวรุกหรือปีกคนอื่นๆก็คือ ซาลาห์ไม่ชอบการสับขาหลอก ไม่ต้องเตะลอดดาก และไม่จำเป็นต้องมีลูกไม้สวยๆไว้โชว์บ่อยๆแต่อย่างใด แต่เค้าเพียงแค่ลากบอลจี้เข้าใส่กองหลัง และไปดื้อๆ ด้วยบอลที่ติดเท้า ที่จริง มอนเตลล่า ผู้จัดการโรม่า เคยบอกไว้ว่า อาจจะมีเพียงเมซซี่คนเดียวที่เลี้ยงบอลติดเท้าได้เร็วกว่าซาลาห์

อีกจุดเด่นคือ Salah เป็นผู้เล่นเกมใหญ่ๆ เพราะว่านับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่เค้าพิสูจน์ว่า เมื่อเกมสำคัญๆมาถึงเค้าจะแสดงฟอร์มออกได้ และตัดสินเกมให้แตกต่างด้วยตัวเอง นี่อาจจะต้องขอบคุณการพัฒนาด้านแทคติคนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมอิตาลีที่บ่มเพาะความเข้าใจด้านแทคติกการวางหมากที่ซับซ้อนให้กับเค้า ทำให้เกมการเล่นเปลี่ยนไปมากทีเดียวนับตั้งแต่อยู่กับเชลซี เมื่อเค้าย้ายกลับมาที่ Liverpool รอบหลัง เค้าจึงโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และร่างกายแข็งแรงพร้อมกับบอลหนักกว่าเดิม สมดุลในร่างกายไม่มีที่ติอีกด้วย และแน่นอนกุนซือใหม่อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ มีส่วนช่วยด้วย เพราะว่าเค้ามั่นใจและให้ความรับผิดชอบกับซาลาห์มากกว่าโค้ชคนก่อนที่เชลซี นั่นทำให้นักเตะมีความมั่นใจ เข้ากับทีมได้

นายใหญ่หงส์แดงยังเสริมว่า ความคล่องแคล่วระหว่างนักเตะตอนประสานงานก็สำคัญด้วย เพราะว่า คนเดียวคล่องและไวอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่เราเห็นแนวรุกของหงส์แดงที่คล่องปราดเปรียวทุกตัว นี่ทำให้การเปลี่ยนตำแหน่ง รับส่งบอล และเคลื่อนที่เสริมกันและกันให้แสดงความไวของแต่ละคนออกมาด้วย อีกด้านที่สำคัญในเกมการเล่นของซาลาห์ คือ การชอบวิ่งทะลุสอดมาหลังแนวกองหลัง ดังที่เราเห็นบ่อยๆ นี่ทำให้กองหลังไม่สามารถจับทางได้ง่ายๆเมื่อต้องคอยระวังพร้อมกันทั้งแผง แต่เมื่อไม่มีที่ว่างด้านหลัง เค้าก็ยังเชื่อมเกมได้ไม่แพ้กัน โดยดูจากการบังบอล เกี่ยวบอล และดวลกับกองหลังรอบๆกรอบเขตโทษและเอาชนะได้บ่อยๆ

ดังนั้นวิธีการหยุดเค้าคือ การลดพื้นที่ด้านหลังกองหลังให้น้อยที่สุด และสื่อสารในแผงให้คอยส่งต่องานการประกบการเคลื่อนที่ของเขานั่นเอง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เป็นชาวมุสลิม เช่นเดียวกับนักเตะเกือบทุกคนจากแอฟริกัน แต่ที่น่าสนใจคือ เค้าเป็นตัวอย่างที่ดีของชาวมุสลิม และแฟนบอลทั้งสโมสรและทีมชาติก็รักเค้าเพราะว่าเหตุนี้ ยกตัวอย่างเช่น เค้าชอบการบริจาคเงินให้กับเด็กๆที่ยากไร้ และสร้างกองทุนต่างๆ และเค้าอ่อนน้อมถ่อมตน และแสดงการนมัสการพระเจ้าหลังยิงประตูได้เสมอ คุณพ่อของเค้าเคยถึงกับร้องไห้เมื่อได้เห็นคอมเม้นจากแฟนบอลมุสลิมทั่วโลกที่ถึงกับยกให้เค้าเป็นตัวอย่างความเชื่อและถึงกับอยากจะเปลี่ยนมาเข้ามุสลิมด้วยซ้ำ

วันเดือนปีเกิด : 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992

สโมสรล่าสุด (มีนาคม 2018) : ลิเวอร์พูล