โวล์ฟสบวร์ก (VfL Wolfsburg)

VfL Wolfsburg

“โวล์ฟบวร์ก” หรืออีกชื่อที่รู้จักกันเต็มๆคือ วีเอฟแอลโวล์ฟบวร์ก ซึ่งย่อมาจากคำทับศัพท์ภาษาเยอรมันที่แปลว่าสโมสรหรือคลับสำหรับที่มาออกกำลังกาย และที่สำคัญ ชื่อของสโมสรก็ค่อนข้างบ่งบอกถึงตัวตนของสโมสรโวล์ฟบวร์กดีอยู่แล้วนั่นคือ บริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดัง โวล์ฟบวร์ก ซึ่งในตอนแรกนั้น มีกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตรถต้องการเวลาว่างออกกำลังกายและหากีฬาเล่น จึงรวมตัวกันจัดตั้งสโมสรแห่งนี้ โดยเริ่มจากหลายๆกีฬาคละกันก่อน ในตอนเริ่มต้นนั้นมีหลายกีฬาต่างๆรวมกัน การวิ่งแข่ง การตีแบดมินตัน และแม้แต่แฮนด์บอลด้วย ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนและเหลือเพียงแค่กีฬายอดฮิตและเป็นอมตะอย่างฟุตบอลอย่างเดียว

ในความเป็นจริงแล้ว สโมสรนี้เคยถึงกับประสบความสำเร็จเต็มที่จนถึงขั้นเอาชนะคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันมาแล้ว แต่ก็เพียงครั้งเดียวและเป็นประวัติศาสตร์สูงสุดที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว เพราะเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อปี 2008-2009 ประมาณสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งสำหรับแฟนบอลชาวไทยแล้ว ก็เป็นช่วงที่ไม่เก่าแก่เกินไป หลายๆคนเริ่มดูบอลกันแล้ว และการถ่ายทอดสดบอลเยอรมันก็ค่อนข้างมีให้เห็นกันทั่วไป หลายๆคนจึงคุ้นตาทีมที่มีชุดแข่งขันสีเขียว ที่เล่นฟุตบอลได้ดีมาก มีหลายสตาร์นักเตะที่โด่งดังจนกลายเป็นระดับโลกหลายคนที่แจ้งเกิดจากทีมชุดนั้น ไม่เพียงแค่นั้น พวกเค้าถือว่าสร้างความประหลาดใจน่าทึ่งมาก เพราะแข่งขันขับเคี่ยวสูสีกับ บาเยิร์น มิวนิคซึ่งในสมัยนั้นและสมัยนี้เป็นหมายเลขหนึ่งที่มีประวัติน่าเกรงขามมาตลอด ยังได้แชมป์เป็นว่าเล่น การคว้าแชมป์ครั้งนั้นจึงเปรียบเสมือนเทพนิยายของหมาป่าเลสเตอร์แห่งลีกอังกฤษที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์เมื่อไม่นานมานี้

นอกจากการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาแล้ว พวกเค้ายังเคยได้แชมป์บอลถ้วยอื่นๆด้วย นั่นคือ บอลถ้วยเยอรมัน อย่าง เดเอฟเบ โพคาล ในปี 2015 และบอลถ้วยรองลงมาอย่าง เดเอฟเบ ซุปเปอร์คัพ ในปีเดียวกัน โวล์ฟบวร์กเล่นฟุตบอลเหย้าในสนามประจำเมืองท้องถิ่นของตัวเอง คือ โวล์ฟบวร์ก ชื่อเดียวกัน และยังมีสนามชื่อเดียวกันอีก คือ “โวล์ฟสบวร์ก อารีน่า” ซึ่งได้รับเงินทุนและการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท โวล์ฟบวร์กทั้งหมด โดยมีเมืองข้างเคียงติดกันทิศตะวันออกและตะวันตกคือ ฮันโนเวอร์และเบอร์ลิน ทางสโมสรสามารถติดอันดับเมืองของประเทศเยอรมันที่มีความเป็นอยู่ดีมาก เพราะว่ามีความร่ำรวยด้านเศรษฐกิจมากที่สุด โดยมีดัชนีมวลรวมมากถึง 180 ล้านยูโร สาเหตุมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่อยู่ในเมือง เราจึงนึกภาพออกว่าสโมสรและนักเตะของทีมน่าจะมีความเป็นอยู่ดีแค่ไหน

ในตอนแรกๆนั้น ทีมโวล์ฟบวร์ก เล่นอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 ของเขตท้องถิ่น คือในปีระหว่าง 1943-1945 แต่แล้วหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ค่อยๆมีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดย เริ่มจากการคว้าแชมป์ระดับสมัครเล่นในท้องถิ่นก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงกับจะขึ้นไปเล่นระดับสูงกว่านี้ได้ จนกระทั่งมาถึงปี 1954 ที่สามารถฝ่าฟันขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้ แต่ก็ยังเกือบเอาตัวไม่รอด หนีตกชั้นอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งโวล์ฟบวร์ก เริ่มก้าวไปข้างหน้าได้อีกขั้น ด้วยการไม่หล่นชั้นบ่อยๆอีกต่อไป เริ่มเกาะกลุ่มทีมกลางตารางของบุนเดสลีกาไปเรื่อยๆ ในช่วงปี 1998-1999 และก็ยังสามารถดีดตัวสูงขึ้นไปอีกเมื่อสามารถจบอันดับ 6 และไปเล่นยูฟ่าคัพได้ในปีถัดมา แถมยังไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโปที่มีชื่อว่าอินเตอร์โตโต้คัพได้อีก ในปี 2000-2005 เล่นได้อย่างดีมากจนปี 2003 เกือบจะได้แชมป์อยู่แล้วแต่เสียท่าแพ้ เปรูจาไปในนัดชิง

VfL Wolfsburg กลายเป็นไปว่าบินสูงได้ไปอีกขั้นหนึ่ง เมื่อได้ยอดกุนซือชั้นเยี่ยมเป็นอดีตนายหัวของทีม บาเยิร์น อย่าง เฟลิกซ์ มากัธ ในปี 2007-2008 มาคุมทีมและก็ได้ดีสมชื่อเพราะว่าได้จบอันดับถึงที่ 5 ของบุนเดสลีกา ถือว่าสูงสุดในประวัติของสโมสรเลย หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นใน ยูฟ่าคัพเป็นครั้งที่ 2 ของสโมสรอีกด้วย ในปีนี้เองที่พวกเค้าได้ใช้บันไดแห่งความสำเร็จนี้เป็นสะพานก้าวกระโดดไปยังจุดสูงสุดของสโมสรในฤดูกาลถัดไป คือได้แชมป์บุนเดสลีกาในที่สุด ฤดูกาล 2008-2009 ในนัดสุดท้ายที่เอาชนะ เบรเมนไปได้ 5-1 โดยในระยะเวลาก้าวไปคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ได้ทำลายสถิติและสร้างตัวเลขหลายอย่างเกิดขึ้นในเวทีบุนเดสลีกาด้วย ยกตัวอย่างเช่น พวกเค้าทำตัวเลขเทียบเท่าการชนะ 10 นัดรวดมากที่สุดในการแข่งขัน และอีกอย่างคือ พวกเค้าเป็นทีมเดียวในลีกที่มีกองหน้า 2 คนในทีมที่ยิงประตูต่างคนต่างยิงเกิน 20 ลูกทั้งคู่ในฤดูกาลเดียว ชื่อของพวกเค้าคือ เอดิน เซโก้ ที่เราจักกันดี ณ ปัจจุบันที่ย้ายมาค้าแข้งในดินแดนอังกฤษแล้ว อีกคนคือ กราฟิเต้ ชาวบราซิล ด้วยจำนวนประตู 28 กับ 26 ตามลำดับ ยังแถมด้วยมิดฟิลด์จอมถวายพานอย่าง มิซิโมวิช ที่จ่ายไปมากถึง 20 ครั้ง ผลของการสร้างตำนานในช่วงดังกล่าว ทำให้โวล์ฟบวร์กสามารถผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลสูงสุดของสโมสรได้ คือ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ในปีถัดมา

สตาร์ที่โด่งดังจากสโมสร คือ เควิน เดอ บรอยน์ โวล์ฟบวร์ก สามารถได้ชื่อว่าปั้นนักเตะระดับโลกมาประดับกีฬาฟุตบอลมากมายตลอดประวัติศาสตร์ แต่ถ้าจะพูดถึงนักเตะที่ตอนนี้กำลังโด่งดังอย่างมาก (ปี 2018) ในฟุตบอลบ้านเรา คงต้องเป็น เควิน เดอ บรอยน์ จากทีมเรือใบสีฟ้า ที่กำลังสร้างผลงานอันเหลือเชื่อ ด้วยการยิงและจ่ายสวยๆให้กับคนโน้นที คนนี้ที ในทีม จนเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ แมนซิตี้ จ่อเข้าป้ายกำลังจะคว้าแชมป์บอลลีกอังกฤษอีกครั้งแล้วในปีนี้ แต่น้อยคนคงจะทราบว่าสโมสรแห่งนี้เองนี้แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นความดังของ เดอ บรอยน์ เมื่อปี 2014 ที่ พวกเค้าซื้อ เดอ บรอยน์มาด้วยราคา 18 ล้านปอนด์ และนักเตะหน้าจืดก็ฉายแสงอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อนในอาชีพ เล่นอย่างโดดเด่น ทั้งยิงและจ่ายงามๆ บ้างก็ถวายพานให้เพื่อน ไม่นับการโชว์ลีลาลากเลื่อยทั้งสนาม จนทำให้ตอนจบของฤดูกาลนั้น เค้ายิงไปถึง 10 ลูกแต่ จ่ายให้เพื่อนยิงไป 21 ประตูด้วยกัน และผู้คนก็เริ่มจดจำเค้าในฐานะจอมทัพที่วัยละอ่อน แต่มีสายตาและมันสมองการถวายพานที่ดีเลิศมาก จนได้ชื่อรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของเยอรมัน ในปี 2015 ไป หลังจากนั้น เมื่อเค้าย้ายทีมไปลีกอื่น ชื่อเสียงของเค้าก็ดังจนฉุดไม่อยู่แล้ว ต้องขอบคุณสโมสรโวล์ฟบวร์กอย่างแน่นอนที่ทำให้ เดอ บรอยน์มีวันนี้ได้ VfL Wolfsburg มีสัญลักษณ์ เป็นรูปตัวหนังสือดับเบิ้ลยู แทนที่ชื่อเต็มของตัวเองแบบง่ายๆอยู่ตรงกลางโลโก้ และมีชื่อเต็มข้างล่าง พร้อมคำว่า วีเอฟแอล ที่หมายถึงคำว่าสโมสรกีฬาอยู่ด้านบน และทั้งหมดใช้สีเขียววาด ตามสีที่สโมสรใช้มาเนิ่นนานตั้งแต่ริเริ่มก่อตั้ง

ฉายาประจำทีม : หมาป่าเมืองเบียร์

สนามของสโมสร : Volkswagen Arena

กุนซือทีมคนปัจจุบัน (ค.ศ.2018) : Bruno Labbadia

เควิน เดอ บรอยน์